การผลิตนาโนเอนแคปซูลของสารไลโคปีนและเบต้าแคโรทีนจากผลฟักข้าวและสภาวะที่เหมาะสมในการผลิต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตนาโนเอนแคปซูลของสารไลโค ปืนและเบต้าแคโรทีนจากน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดพักซ้ำาวจากการทำแห้งแบบพ่นฝอยโดยเริ่มศึกษา จากระยะของการเก็บเกี่ยว 3 ระยะ คือระยะผลเปลี่ยนสี ระยะผลสุกปานกลางและระยะผลสุกเต็ม ที่ ระยะการเก็บรักษาที่เวลา 0 3 6 9 12 และ 15 วัน รวมทั้งวิธีการเตรียมตัวอย่าง 2 วิธี คือ Waring blender method (WBM) และ Ball mill method (BMM ) พบว่าเมื่อเปรียบเทียบผลจากวิธี เตรียมตัวอย่างทั้งสองวิธี ปริมาณสารไลโคปินและเบต้แคโรตีนในทุกระยะเก็บเกี่ยวทั้ง 3 ระยะและ ทุกระยะการเก็บรักษาให้ผลไม่แตกต่างกัน (P>0.05) โดยปริมาณไลโคปินพบได้มากที่สุดคือ 50.11 ? 5.03 mg/100 g FW จากผลที่ระยะสุกมากหลังจากเก็บไว้ วันส่วนมีปริมาณสารเบตั้แคโรทีนที่ มากสุดพบในผลสุกมากที่ระยะการเก็บรักษา 15 วัน มีค่าเท่ากับ 39.16 ? 3.87 mg/100 g FW ซึ่ง ผลเน่าเสียแล้ว เยื่อหุ้มเมล็ดถูกนำไปอบแห้งที่ 3 ระดับอุณหภูมิคือ 50 60 และ 70 0C เพื่อให้มีความชื้นหลังการอบ แห้งที่ 10 15 และ 20 9 (w.b.) ก่อนนำไปสกัดน้ำมันด้วยเครื่องบีบน้ำมันแบบสกรูอัดโดยใช้มือหมุน พบว่าที่สภาวะการอบแห้งอุณหภูมิ 50 0C ความชื้นหลังการอบแห้ง 15% (w.b.) ให้ปริมาณผลิตผล ได้มากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (p?0.05) มีค่าเท่ากับ 77.93โดยน้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดที่ได้มีปริมาณ สารไลโคปีนและปริมาณสารเบต้แคโรทีนสูงถึง 209,238 และ 763.472 mg/100 g gac oil ตาม ลำดับ นอกจากนั้ในน้ำมันยังมีปริมาณสารที่มีความสามารถจับกับอนุมูลอิสระสูงสุดเท่ากับ 2.002 mg เทียบเท่าวิตามินซีต่อ 19 gac ol ด้วย น้ำมันนี้ได้ถูกนำไปเตรียมให้อยู่ในลักษณะของนาโน อิมัลชันที่มีความคงตัว ที่มีขนาดอนุภาคเท่ากั 128.73?1.10 นาโนเมตรก่อนจะนำไปทำให้เป็นนาโน เอนแคปซูลด้วยการอบแห้งแบบพ่นฝอยโดยการศึกษาการใช้สารเคลือบ ชนิดและแต่ละชนิด ทดสอบที่ความเข้มข้น 10 20 และ 30%(W/)จากผลการทดลองพบว่าการใช้ไซโคลเด็กตรินเป็นสาร เคลือบให้ผลที่แตกต่างจากการใช้มอลโตเด็กตรินอย่างมีนัยสำคัญ (P?0.05) โดยการใช้ไซโคลเด็กตริ นที่ความเข้มข้น 30%(wN) เป็นสารเคลือบให้ประสิทธิภาพในการเอนแคปซูเลทสูงสุดเท่ากับ 51.82 % แต่อย่างไรก็ตามที่ความเข้มข้น 10%(w/) กลับพบว่ามีปริมาณไลโคปืนและเบต้แคโรทีนในผงนา โนเอนแคปซูลสูงสุดเท่ากับ 6.588 และ 19.229 mg/100 g powder ตามลำดับ