Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

ไมโครเอนแคปซูเลชันของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวด้วยวิธีทำแห้งแบบพ่นฝอย : ลักษณะและความคงตัวระหว่างการเก็บรักษา

วริพัสย์ อารีกุล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตผงเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวด้วยวิธี เอนแคปซูเลชันด้วยเทคนิคการทำแห้งแบบพ่นฝอย โดยศึกษาเข้มข้นของสารห่อหุ้มที่ใช้ ซึ่งประกอบด้วย มอลโตเดกทริน 10 - 30 เปอร์เซ็นต์ เจลาติน 3 - เปอร์เซ็นต์ และเบต้-ไซโคลเดกทริน 3-เปอร์เซ็นต์ และใช้อุณหภูมิลมร้อนขาเข้า ที่อุณหภูมิ 125- 145 องศาเซลเซียส จากนั้นนำผงเยื่อหุ้มฟักข้าวที่ผ่านการ เอนแคปซูเลทในสภาวะต่างๆ ไปวิเคราะห์ปริมาณความชื้น ค่าวอร์เตอร์แอคติวิตี้ ผลผลิตเอนแคปซูเลชัน ปริมาณแคโรที่นอยด์ทั้งหมด ประสิทธิภาพเอนแคปซูเลชันและปริมาณไลโคพีนและเบต้าแคโรที่นด้วย เทคนิค HPLC พบว่า ความเข้มข้นของสารห่อหุ้ม และอุณหภูมิลมร้อนขาเข้ามีผลต่อพารามิเตอร์ที่ศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่า อัตราส่วนระหว่างความเข้มข้นของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวต่อสารห่อหุ้มมีอิทธิพลเช่นกัน จากผลการทดลองบ่งชี้ว่า สภาวะที่เหมาะสมในการผลิตผงเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ได้แก่ 1) มอลโตเดกทริน 20 เปอร์เซ็นต์ เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 16.7 เปอร์เซ็นต์ ที่ 125 องศาเซลเซียส 2) เจลาติน 3 เปอร์เซ็นต์ เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ 125 องศาเซลเซียส ความเข้มข้นของ และ 3) เบต้าไซโคลเดกทริน 3 เปอร์เซ็นต์ เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ 135 องศาเซลเซียส การประเมินความคงตัวของผงเยื่อหุ้มฟักข้าวในสภาวะกรบรรจุ 2 แบบ ได้แก่ แบบสูญญากาศ และแบบพ่นก๊ชไนโตรเจน ภายใต้การเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 3 ระดับ ได้แก่ 25 35 และ 45 องศาเซลเซียส พบว่า ค่าความแตกต่างโดยรวมของสีมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ปริมาณแคโรทีนอยด์ทั้งหมด ความสามารถในการต้านออกชิเดชัน ปริมาณไลโคนและเบต้าแคโรทีนมีค่าลดลงตามระยะเวลาและ อุณหภูมิในการเก็บรักษา อัตราการสลายตัวของแคโรทีนอยด์และความสามารถในการต้านออกซิเดชัน เป็นไปตามสมการปฏิกิริยาอันดับ 1 นอกจากนี้ยังพบว่าผงเยื่อหุ้มเมล็ดกข้าวที่ผ่านการบรรจุแบบพ่นก๊าซ ไนโตรเจน มีอัตราการสลายตัวของแคโรที่นอยด์และความสามารถในการต้านออกชิเดชันสูงกว่าการบรรจุ แบบสูญญากาศเล็กน้อย ดังนั้นจึงควรเก็บรักษาผงเยื่อหุ้มฟักข้าวที่อุณหภูมิต่ำและมีการบรรจุในสภาวะ แบบสุญญากาศ เพื่อช่วยลดการสูญเสียแคโรที่นอยด์และความสามารถในการต้านออกชิเดชัน

คำสำคัญ

MicroencapsulationLycopeneStorage stabilityเบต้า-แคโรทีนβ-caroteneไมโครเอนแคปซูเลชันGac arilไลโคพีนความคงตัวระหว่างการเก็บรักษาเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษากระบวนการอบแห้งและกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการแปรรูปถั่วเหลืองเพื่ออนุรักษ์และเพิ่มปริมาณสารอะกลัยโคน

ชลิดา เนียมนุ้ย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

การพัฒนาสูตรที่เหมาะสมของข้าวเกรียบเห็ดฟางเสริมไลโคปีนและเส้นใยอาหารจากผลตำลึงสุก

อรนุช สีหามาลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2558

การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและปริมาณไลโคปีน ของฟักข้าว

ปริญญาวดี ศรีตนทิพย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2561

คู่มือการผลิตเมล็ดแมงลัก(แบบฝัดแห้ง)

ศรินทิพ สุกใส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

การใช้ใบย่านางและขมิ้นชันเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในกระบวนการผลิตหน่อไม้อบแห้ง

อภิรดี พันธ์สิงห์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2562

การใช้ประโยชน์จากน้ำแช่เมล็ดถั่วดำแห้งในกระบวนการย้อมสีสิ่งทอ

กาญจนา ลือพงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2561

การวิจัยพัฒนาการแช่อิ่มแห้งแตงแคนตาลูปปลิดทิ้งพร้อมบรรจุภัณฑ์

รุ่งทิวา เจนดง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2552

Microencapsulation of rambutan seed oil by spray-drying using different protein preparations

พ.ศ. 2559

การออกแบบ การสังเคราะห์ และการวิเคราะห์ลักษณะของแอมฟิฟิลิกพอลิเมอร์ชนิดใหม่เพื่อใช้เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับเคลือบเมล็ดพันธุ์แบบมัลติเลเยอร์

สุกัญญา รอส มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2559

การพัฒนาเครื่องเคลือบเมล็ดพันธุ์โดยการฉีดพ่นสารเคลือบร่วมกับกระบวนการทำงานต่อเนื่องของระบบสายพานลำเลียง

นิติรงค์ พงษ์พานิช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560