การสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทย: ปัจจัยส่งเสริม อุปสรรค และกลยุทธ์การแก้ปัญหา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทย ในแง่ที่เป็นปัจจัยที่เป็นตัวส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นอุปสรรค 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์ในการสร้างเด็กพหุภาษาด้วยบริบทของครอบครัวไทย ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 200 ชุด กับพ่อหรือแม่จากครอบครัวพหุภาษาที่ทั้งพ่อและแม่เป็นคนไทย และไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน แต่มีความตั้งใจสร้างครอบครัว พหุภาษาโดยเลือกภาษาอังกฤษเป็นภาษาเป้าหมายที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง จำนวน 10 คน เป็น จากกลุ่มตัวอย่างที่มีคุณลักษณะเดียวกัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ในการสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทยโดยส่วนใหญ่ แม่จะเป็นผู้ทำหน้าที่หลักในการพูดภาษาอังกฤษกับลูก และเป็นแม่ที่ไม่ได้มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่ดีมาก่อน แต่ทักษะทางภาษาอังกฤษโดยเฉพาะการพูด การฟัง และการอ่านจะได้รับการพัฒนาไปพร้อมกับลูก 2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทย เมื่อพิจารณาโดยรวม มีระดับมากที่สุด ( = 4.60) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านเหตุผลที่ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญในการฝึกภาษาอังกฤษให้กับลูก อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.86) 3. ความคิดเห็นเกี่ยวกับเกี่ยวกับอุปสรรคในการสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทย เมื่อพิจารณาโดยรวม มีระดับมาก ( = 3.82) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านอุปสรรคหรือความท้าท้ายในการฝึกลูกให้เป็นเด็กพหุภาษาที่ประสบในช่วงแรกอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.57) 4. ความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นกลยุทธ์ในการจัดการกับอุปสรรคของสร้างเด็กพหุภาษาในครอบครัวไทย เมื่อพิจารณาโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.86) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านประสบการณ์ในการใช้กลยุทธ์ฝึกลูกให้เป็นเด็กพหุภาษาอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.86)