รูปแบบการเสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของคู่สมรสในครอบครัวไทยยุคใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการดํารงชีวิตคู่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของคู่สมรส 2) เพื่อศึกษาเหตุ และผลของพฤติกรรมในการดํารงชีวิตคู่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของคู่สมรส และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของคู่สมรสตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้ทําการศึกษากับคู่สมรสทั้งสามี และภรรยาที่อาศัย และหรือ / ทํางานอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครจํานวนทั้งสิ้น 30 คน โดยทําการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกเฉพาะราย และการสนทนากลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสําหรับผลการวิจัยพบว่าคู่สมรสส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดํารงชีวิตคู่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยพฤติกรรมที่ได้มีการปฏิบัติต่อกันของคู่สมรสมีลักษณะของการใช่เหตุผลพูดคุยกัน โดยเฉพาะในเรื่องที่ต้องการคิดและตัดสินใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องบุตร และเรื่องคู่ครองในฐานะสามีหรือภรรยา ซึ่งจากการใช้เหตุผลดังนําไปสู่ความเชื่อมโยงกับการทําให้คู่สมรสมีการแสดงบทบาทความรับผิดชอบใน 4 เรื่องข้างต้นได้อย่างเหมาะสม และเป็นที่ยอมรับร่วมกันได้ โดยในช่วงเริ่มแรกของการใช้ชีวิตคู่ได้มีการเรียนรู้เหตุผล และใช้หลักของความพอประมาณเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จึงนําไปสู่การเกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ในลักษณะของการช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระกัน โดยไม่ต้องแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่ชัดเจน นอกจากนี้คู่สมรสยังได้อาศัยประสบการณ์จากการเห็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตคู่ของบิดามารดา ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิทของตน และนําไปพิจารณาเหตุผลก่อนการตัดสินใจว่าจะทําตามแบบอย่างนั้น ๆ หรือไม่อย่างไร ส่วนปัจจัยสําคัญที่เป็นเหตุของพฤติกรรมในการดํารงชีวิตคู่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพบว่าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ปัจจัยที่มาจากบริบทแวดล้อมภายนอกครอบครัว อันได้แก่ ครอบครัวต้นกําเนิด กลุ่มเพื่อนเรียน และกลุ่มเพื่อนทํางาน โดยผ่านทางการขัดเกลาทางสังคมทั้งทางตรง และทางอ้อมไปสู่คู่สมรส กับ 2) ปัจจัยที่มาจากบริบทภายในครอบครัว ได้แก่ ความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสภาพทางเศรษฐกิจ และสัมพันธภาพของครอบครัว ซึ่งพบว่าการมีความเข้าใจที่ต่างกันได้ทําให้คู่สมรสแต่ละรายมีรูปแบบพฤติกรรมในการใช้ชีวิตคู่ที่ต่างกันไป ในขณะเดียวกันคู่สมรสต่างประเมินตรงกันว่าตนมีฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับปานกลางจึงทําให้คู่สมรสมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ ของตนมากขึ้น และเลือกนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาช่วยในการจัดการทางด้านเศรษฐกิจของครอบครัว อีกทั้งคู่สมรสส่วนใหญ่ยังได้ประเมินระดับสัมพันธภาพของครอบครัวตนว่ามีสัมพันธภาพที่ดีอยู่ในระดับมาก ซึ่งทําให้คู่สมรสกล้าที่จะแนะนําตักเตือน และพูดคุยกันด้วยเหตุผลเมื่อเผชิญกับปัญหาต่างๆ หรือเมื่อคู่ครองของตนกระทําสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควร อีกทั้งการได้เห็นผลดีที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้คู่สมรสเลือกนํามาปฏิบัติกับครอบครัวของตน ดังที่พบว่าคู่สมรสส่วนใหญ่ประเมินตนเองว่ามีพฤติกรรมในการดํารงชีวิตคู่ที่เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในระดับมากนอกจากนี้ การเสริมสร่างให้คู่สมรสได้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พบว่าสามารถทําได้ใน 2 รูปแบบคือ 1) รูปแบบการเสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจากตัวคู่สมรส และคู่ครอง ซึ่งประกอบด้วย 4 วิธีการที่งานวิจัยนี้เรียกว่ารูปแบบการเสริมสร้าง “BAWA” ได้แก่ การสร้างความสมดุล (Balance) การทําบัญชีรายรับ - รายจ่าย (Accounting) การคํานึงถึงประโยชน์ และความคุ้มค่าที่ได้รับ (Worthiness) และความขยันในการทํางาน และเรียนรู้ (Assiduity) กับ 2) รูปแบบการเสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ฯ ที่ได้รับการเสริมแรงจากบุคคลภายนอกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน โดยสามารถดําเนินการเสริมสร้างตามรูปแบบที่เรียกว่า “ARM2C” ซึ่งประกอบด้วยการสอดแทรกกิจกรรมครอบครัวไว้ในกิจกรรมขององค์กร (Activities) การสร้างความเข้าใจด้วยการนําเสนอแบบอย่างที่ดี(Role Model) การสร้างแรงจูงใจ (Motivation) การปลุกจิตสํานึกรักครอบครัว (Conciousness) และการสร้างมาตรการควบคุมทางสังคม (Control)