วัจนกรรมการขอโทษในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมผ่านภาษาอังกฤษ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวัจนกรรมการขอโทษในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมในเชิงวัจนปฏิบัติภาษาในระหว่าง (interlanguage pragmatics)โดยมีจุดประสงค์การวิจัย คือ (1) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้การกระทำผิด (perception of offense contexts) ของชาวไทยผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (Thai EFL learners) กับผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ (native speakers of English) (2) เพื่อเปรียบเทียบกลวิธีการขอโทษ (apology strategies) ของชาวไทยผู้เรียนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาต่างประเทศกับผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือ (1) ชาวไทย ผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่มีการสัมผัสภาษาอังกฤษสูง (Thai EFL learners with high English exposure to the English language) (2) ชาวไทยผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่มีการสัมผัสภาษาอังกฤษต่ำ (Thai EFL learners with low exposure to the English language) (3) ผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ (native speakers of English) และ (4) ผู้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่ (native speakers of Thai) เครื่องมือในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามซึ่งประกอบด้วย สถานการณ์การกระทำผิดในหลากหลายลักษณะ รวม 12 สถานการณ์ โดยให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 4 กลุ่ม ประเมินความ ร้ายแรงของการกระทำผิดพร้อมทั้งเติมถ้อยคำแสดงการขอโทษในแต่ละสถานการณ์ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าในบาง สถานการณ์ผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศได้รับอิทธิพลจากภูมิหลังทางวัฒนธรรม (cultural background) ทา ให้การรับรู้การกระทำผิดแตกต่างจากผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกลวิธีการขอโทษของ ผู้เรียนกับผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ พบว่าผู้เรียนที่มีการสัมผัสภาษาอังกฤษสูงใช้กลวิธีที่คล้ายกับผู้พูดภาษาอังกฤษ เป็นภาษาแม่มากกว่าผู้เรียนที่มีการสัมผัสภาษาอังกฤษต่ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระดับการสัมผัสภาษา (level of language exposure) เป็นความแตกต่างระหว่างบุคคลที่เป็นตัวแปรสำคัญต่อพัฒนาการด้านวัจนปฏิบัติภาษาที่สอง และเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการจัดการเรียนการสอนด้านวัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาที่สอง