สมรรถนะที่จำเป็นของครูจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อน ในศตวรรษที่ 21
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง สมรรถนะที่จำเป็นของครูจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อนในศตวรรษที่ 21 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ คือ 1. เพื่อวิเคราะห์สถานะสภาพปัจจุบัน และสังเคราะห์อนาคตภาพของการจัดการศึกษา (ในช่วงปี พ.ศ. 2561 - 2570) 2. เพื่อศึกษาบทบาท ภาระหน้าที่ ในอนาคตของครูจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อน และสมรรถนะที่จำเป็นของครูในศตวรรษที่ 21 (ในช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2570) 3. เพื่อจัดทำกรอบสมรรถนะที่จำเป็นของครูจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เด็กเร่ร่อนในศตวรรษที่ 21 สำหรับการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร ในอนาคต (ในช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2570) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (เด็กเร่ร่อน) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มตัวอย่างของการศึกษาวิจัยนี้ ประกอบด้วย 1. ผู้ปฏิบัติงาน เป็นครูที่สอนเด็กเร่ร่อน หรือเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาสจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีประสบการณ์ หรือปฏิบัติการสอนเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาส 2. ผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 3. ผู้บริหารระดับสูงของทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจัดการศึกษาหรือพัฒนาครู 4. ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาหรือกลุ่มนักวิชาการ โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ดำเนินการวิจัยด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยใช้เทคนิคการวิจัยอนาคตภาพแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ในการจัดทำกรอบสมรรถนะที่จำเป็นของครู จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อนในศตวรรษที่ 21 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ที่มีลักษณะเป็นการสัมภาษณ์เจาะลึก (in-depth interview) ผลการวิจัย พบว่า ครูจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อนในศตวรรษที่ 21 จะต้องประกอบไปด้วย ครูมีค่านิยมทางวิชาชีพ (Professional Values) มีสมรรถนะการปฏิบัติ ทางวิชาชีพ (Professional Practice) มีทักษะทางวิชาชีพ (Professional Skills) มีความยึดมั่นผูกพันในวิชาชีพ (Professional Engagement) มีความรู้ความเข้าใจทางวิชาชีพ (Professional Knowledge and understanding) และมีความสามารถในการเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งใน คุณลักษณะประการสุดท้ายนี้จะเป็นการคำนึงถึงผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน (Outcome based) สอดคล้องกับงานวิจัยของ R.M.Harden, 2002 ที่ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาที่คำนึงถึงผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนจะช่วยให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนบรรลุเป้าหมายของ การเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น