การศึกษาระยะเก็บเกี่ยวและการบ่มผลที่เหมาะสมเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ฟักทองคุณภาพสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาผลของระยะเวลาเก็บเกี่ยว และระยะเวลาในการบ่มเมล็ดพันธุ์ที่ต่างกันที่มีต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ฟักทองสายพันธุ์แท้จํานวน 4 พันธุ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) จัดสิ่งทดลองแบบ factorial ทําซ้ำ 4 ซ้ำ ให้ปัจจัยที่ 1 เป็นอายุเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์แบ่งเป็น 10 ระดับ คือ 21 24 27 30 33 36 39 42 45 และ 48 วันหลังดอกบาน และปัจจัยที่ 2 เป็น ระยะเวลาบ่มเมล็ดแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ 7 14 21 และ 28 วันหลังเก็บเกี่ยว โดยปลูกฟักทองทั้ง 4 พันธุ์ ณ แปลงทดลอง 1 ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กําแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บันทึกข้อมูลน้ำหนักสดของเมล็ดน้ำหนักแห้งของเมล็ด ความชื้นภายในเมล็ดเปอร์เซ็นต์ความงอก ดัชนีความงอก การเจริญเติบโตของต้นกล้า และอัตราการเจริญเติบโตของต้นกล้า พบว่า ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวและระยะเวลาการบ่มเมล็ดพันธุ์มีอิทธิพลร่วมกันต่อทุกค่าของเมล็ดพันธุ์ โดยมีค่าแตกต่างกันไปตามแต่ละพันธุ์ การผลิตเมล็ดฟักทองพันธุ์ K-TONE, KAN1, CM2 และ KPS-10R ควรเก็บเกี่ยวที่อายุ 33, 48, 30 และ 39 วันหลังดอกบาน และนํามาบ่มเมล็ดเป็นเวลา 14, 21, 28 และ 21 วันหลังเก็บเกี่ยว เพื่อให้เมล็ดพันธุ์มีเปอร์เซ็นต์ความสูงสุด ตามลําดับ เมล็ดฟักทองพันธุ์ K-TONE, KAN1, CM2 และ KPS-10R มีระยะแก่ทางสรีรวิทยาที่อายุ 39, 36, 42 และ 30 วันหลังดอกบาน ตามลําดับ และศึกษารูปแบบของโปรตีนสะสมในเมล็ดพันธุ์ฟักทองทั้ง 4 สายพันธุ์ เพื่อศึกษาการสะสมโปรตีนในเมล็ดพันธุ์ที่มีอายุเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน และใช้พัฒนาเป็นวิธีการในการตรวจสอบสายพันธุ์ฟักทอง พบว่า สารละลายเกลือโซเดียมคลอไรด์ ความเข้มข้น 0.5 โมลาร์ เหมาะสมที่สุดในการใช้เป็นตัวทําละลายในการสกัดโปรตีนสะสมในเมล็ดพันธุ์ฟักทองทั้ง 4 สายพันธุ์ ช่วง pH gradient 2-9 ของเจล ทําให้การแยกแถบโปรตีนสะสมสกัดได้จากเมล็ดพันธุ์ฟักทองที่มีอายุเก็บเกี่ยวต่างกันในแต่ละพันธุ์ได้ดีกว่าช่วง 4 - 9 โดยเมล็ดพันธุ์ฟักทองแต่ละพันธุ์ที่มีอายุเก็บเกี่ยวต่างกันไม่มีการแสดงแถบโปรตีนสะสมที่แตกต่างกัน การใช้เจลช่วง pH gradient 5 - 8 ทําให้การแยกแถบโปรตีนสะสมที่สกัดได้จากเมล็ดพันธุ์ฟักทองแต่ละสายพันธุ์ได้ดีกว่าช่วง 2 - 11 และการใช้เทคนิค UTLIEF โดยใช้สารละลายโซเดียมคลอไรด์ ความเข้มข้น 0.5 M เป็นตัวทําลายในการสกัดโปรตีนสะสมในเมล็ดพันธุ์ และทํา electrophoresis บนเจลที่มีค่า pH gradient 5 - 8 สามารถแสดงแถบโปรตีนสะสมที่แตกต่างกันของแต่ละพันธุ์ และแยกความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์ของฟักทองทั้ง 4 พันธุ์ได้