การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ใหม่ Kwsx 107 และ Kwsx 91 เพื่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูงเพื่อการค้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์การทดลองนี้เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ใหม่ Kwsx 107 และ Kwsx 91 ที่ให้ผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูง เพื่อใช้ส่งเสริมเป็นพันธุ์การค้า ดำเนินการวิจัย 3 การทดลอง ได้แก่ 1) การประเมินศักยภาพการให้ผลผลิตและลักษณะทางการเกษตรของข้าวโพดข้าวเหนียว สายพันธุ์แท้ก่อนการค้า 4 สายพันธุ์ ก่อนนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ใหม่ ได้แก่ Kwi#1, Kwi#7, Kwi#9 และ Kwi#10 ในปลายฤดูฝน ปี พ.ศ. 2558 และฤดูต้นฝน ปี พ.ศ. 2559 วางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 4 ซ้ำ สายพันธุ์ละ 4 แถว ๆ ยาว 8 ม. และวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม ผสมในแต่ละสายพันธุ์แบบ Half-sib ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ พบว่า สายพันธุ์แท้ Kwi#7 มีวันสลัดละอองเกสรเพศผู้ 50% สั้นที่สุด 45 วัน เร็วกว่า Kwi#10 และ Kwi#9 (48 และ 50 วัน ตามลาดับ) (p<0.01) สายพันธุ์แท้ Kwi#1 มีวันออกไหม 50% และวันเก็บเกี่ยวเร็วที่สุด (46 และ 89 วัน ตามลาดับ) ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับ Kwi#10 ที่ให้ค่าเฉลี่ยช้าที่สุด 52 และ 94 วัน ตามลาดับ (p<0.01) เปอร์เซ็นต์กะเทาะเมล็ดของทั้ง 4 สายพันธุ์ มีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างทางสถิติ (74.91-82.50%) สาหรับผลผลิตฝักดี และผลผลิตเมล็ดพบว่า สายพันธุ์แท้ Kwi#10 ให้ผลผลิตสูงสุด 336.78 กก./ไร่ และ 277.79 กก./ไร่ ตามลาดับ สูงกว่า Kwi#7 ที่ให้ค่าเฉลี่ยต่ำสุด 263.73 กก./ไร่ และ 212.04 กก./ไร่ ตามลาดับ (p<0.01) ส่วนลักษณะทางการเกษตรอื่น ๆ ทั้ง 4 สายพันธุ์ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะดี 2) การทดสอบผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ Kwsx 107 และ Kwsx 91 ก่อนนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้า โดยพันธุ์ Kwsx 107 ใช้สายพันธุ์แท้ Kwi#10 เป็นสายพันธุ์แม่ และสายพันธุ์แท้ Kwi#7 เป็นสายพันธุ์พ่อ ปลูกทดสอบในต้นฤดูฝน-ปลายฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) ปี พ.ศ. 2559 และพันธุ์ Kwsx 91 ใช้สายพันธุ์แท้ Kwi#9 เป็นสายพันธุ์แม่ และสายพันธุ์แท้ Kwi#1 เป็นสายพันธุ์พ่อ ปลูกทดสอบใน ปลายฤดูฝน-ต้นฤดูแล้ง (สิงหาคม-พฤศจิกายน) ปี พ.ศ. 2559 โดยปลูกสายพันธุ์แม่ : สายพันธุ์พ่อ ในอัตรา 4 : 1 วางแผนการทดลองแบบ RCB มี 5 ระยะปลูก จำนวน 4 ซ้ำ ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ผลการทดสอบพบว่า พันธุ์ Kwsx 107 ในระยะปลูกสายพันธุ์แม่ (Kwi#10) 75x15 ซม. (1 ต้น/หลุม) และระยะปลูกสายพันธุ์พ่อ (Kwi#7) 75x10 ซม. (1 ต้น/หลุม) ให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยสูงสุด 206.73 กก./ไร่ จำนวนต้นเก็บเกี่ยวและจำนวนฝักดีสูง เฉลี่ย 12,086.67 ต้น/ไร่ และ 6,653.34 ฝัก/ไร่ มีโรคทางใบน้อยและเก็บเกี่ยวง่าย คุณภาพเมล็ดพันธุ์อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีความงอกเฉลี่ย 98% และความบริสุทธิ์ 98% มีต้นทุนการผลิตรวมสูงสุดเท่ากับ 18,990.56 บาทต่อไร่ เป็นต้นทุนผันแปร 18,852.29 บาทต่อไร่ คิดเป็น 99.27 เปอร์เซ็นต์ และ ต้นทุนคงที่ 138.27 บาทต่อไร่ คิดเป็น 0.73 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนรวมทั้งหมด ส่วนพันธุ์ Kwsx 91 ในระยะปลูกสายพันธุ์แม่ (Kwi#9) 75x10 ซม. (1 ต้น/หลุม) และระยะปลูกสายพันธุ์พ่อ (Kwi#1) 75x10 ซม. (1 ต้น/หลุม) ให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยสูงสุด 253.33 กก./ไร่ สูงกว่าระยะปลูกสายพันธุ์แม่ (Kwi#9) 75x25 ซม. ที่ให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยต่ำสุด 164.17 กก./ไร่ (p<0.01) จำนวนต้นเก็บเกี่ยวและจำนวนฝักดีสูง เฉลี่ย 14,480.00 ต้น/ไร่ และ 10,446.67 ฝัก/ไร่ วันเก็บเกี่ยวสั้น 79 วัน ส่วนคุณภาพเมล็ดพันธุ์มีความงอกเฉลี่ย 98% และความบริสุทธิ์ 99% ไร่ มีต้นทุนการผลิตรวมสูงสุดเท่ากับ 24,337.10 บาทต่อไร่ เป็นต้นทุนผันแปร 24,198.83 บาทต่อไร่ คิดเป็น 99.43 เปอร์เซ็นต์ และ ต้นทุนคงที่ 138.27 บาทต่อไร่ คิดเป็น 0.57 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนรวมทั้งหมด ส่วนลักษณะทางการเกษตรอื่น ๆ ทั้ง 2 พันธุ์ ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะดี แต่ทั้ง 2 พันธุ์ควรปลูกสายพันธุ์แม่ก่อน 4 วัน เนื่องจากวันสลัดละอองเกสร 50% ของสายพันธุ์พ่อ และวันออกไหม 50% ของสายพันธุ์แม่ออกไม่พร้อมกัน