การประเมินความบริสุทธิ์และความแปรปรวนทางพันธุกรรมของข้าวโพดไร่ด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาศักยภาพการให้ผลผลิตของพันธุ์ข้าวโพดไร่ลูกผสม จำนวน 12 พันธุ์ ประกอบด้วยข้าวโพดไร่ลูกผสม 12 พันธุ์ ได้แก่ PAC339, PAC559, CP888 New, CP301, S6248, S7328, DK7979, DK6818, P4554, P4546, NS3 และ SW4452 วางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 4 ซ้ำ ผลการศึกษาพบว่า PAC559 มีวันออกออกตัวผู้และวันออกไหมช้าที่สุด คือ 69 และ 70 วันหลังปลูก ขณะที่พันธุ์ DK6818 มีวันออกออกตัวผู้และวันออกไหมเร็วที่สุด คือ 59 และ 60 วันหลังปลูก ความชื้นของเมล็ดตั้งแต่ 21.0 – 26.4เปอร์เซ็นต์ โดยพันธุ์ PAC559 และ DK7979 มีความชื้นของเมล็ดแต่ไม่แตกต่างกับพันธุ์ PAC339, S6248, S7328, DK6818 และ SW4452 ขณะที่พันธุ์ NS3 มีความชื้นของเมล็ดต่ำสุด 21.0 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เปอร์เซ็นต์กะเทาะของข้าวโพดไร่ลูกผสมที่แตกต่างกันก็ไม่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์กะเทาะ โดยมีค่าตั้งแต่ 77.1 – 85.3 เปอร์เซ็นต์ สำหรับพันธุ์ PAC339 และ S6248 มีผลผลิตสูง 1,643 และ 1,641 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่แตกต่างกับ PAC559, S7328 , DK6818, P4554 และ P4546 ในขณะที่พันธุ์ SW4452 ให้ผลผลิตต่ำ 1,044 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่แตกต่างกับ CP888 NEW, CP301, DK7979, DK6816 และ NS3คำสำคัญ: ข้าวโพดไร่ลูกผสม, ผลผลิต, องค์ประกอบผลผลิต