โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ฟักทอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ได้ปรับปรุงพันธุ์ฟักทองบริโภคผลสดตั้งแต่ปี 2554-2558 คัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ลักษณะทางการเกษตรดี ผลผลิตสูงและมีรสชาติดี ได้สายพันธุ์แท้ 7 สายพันธุ์ได้แก่ PSK 2, PSK 4, PSK 5, PSK 8, PSK 10, PSK 17 และ PSK 18 ลักษณะผิวผลขรุขระ ยกเว้นสายพันธุ์ PSK 4 และ PSK 5 ให้ลักษณะผิวผลเรียบ ฟักทองทั้ง 7 สายพันธุ์ ให้สีของเนื้อผลเป็นสีเหลืองถึงเหลืองเข้ม ให้ค่าเฉลี่ยผลผลิต 2.3-3.0 ตันต่อไร่ น้ำหนักต่อผลตั้งแต่ 2.0-2.5 กิโลกรัม ความหนาเนื้อตั้งแต่ 2.5-3.0 เซนติเมตร เมื่อปลูกในฤดูแล้ง สายพันธุ์ที่มีแนวโน้มให้ผลผลิตสูงได้แก่ PSK 4, PSK 17 และ PSK 18 สายพันธุ์ที่ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในรสชาติคือ PSK 17 และ PSK 18 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ได้พัฒนาพันธุ์ฟักทองบริโภคเมล็ดตั้งแต่ปี 2554-2558 พัฒนาพันธุ์โดยการคัดเลือกแบบบันทึกประวัติ สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกผสมข้ามกับพันธุ์การค้า ได้ลูกผสมชั่วที่ 1 3 คู่ผสมได้แก่ PSK 4-14 ? Styria, PSK 4-1-4 ? Styria และ 3A-37 ? Styria ปลูกและคัดเลือก 4 ชั่วอายุ คัดเลือกได้ 3 สายพันธุ์ได้แก่ สายพันธุ์ (PSK 4-14 ? Styria)-4-3-8, (PSK 4-14 ? Styria)-18-18-4 และ (3A-37 ? Styria)-3-6-3 เมื่อปลูกเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ PSK 4-14 โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์พบว่า ผลผลิตเมล็ดต่อต้น น้ำหนักแห้ง 100 เมล็ด และอายุเก็บเกี่ยวของพันธุ์ฟักทองที่ทำการเปรียบเทียบไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่พบว่า น้ำหนักเมล็ดต่อผล และความหนาเปลือกเมล็ดมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สายพันธุ์ (3A-37 ? Styria)-3-6-3 ให้น้ำหนักเมล็ดต่อผลสูงสุด 14.8 กรัม และสายพันธุ์ (PSK 4-14 ? Styria)-4-3-8 ให้ความหนาเปลือกเมล็ดน้อยที่สุด 0.15 มิลลิเมตร และพบว่า ปริมาณสังกะสีในเมล็ดแห้ง สายพันธุ์ (3A-37 ? Styria)-3-6-3 , (PSK 4-14 ? Styria)-18-18-4 และ (PSK 4-14 ? Styria)-4-3-8 มีปริมาณสังกะสี 12.9, 11.6 และ 9.6 มิลลิกรัมต่อเอนโดสเปิร์มแห้ง 100 กรัม ตามลำดับ