Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การปรับปรุงพันธุ์สับปะรดสีลูกผสมโดยการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์

พีรนุช จอมพุก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

นำเมล็ดลูกผสมสับปะรดสีสองคู่ผสมคือ Dyckia macedoi x Dyckia marnier-lapostollei และ Dyckia silverback x Dyckia marnier-lapostollei มาฉายรังสีแกมมาและอิเล็กตรอนบีมเพื่อหาปริมาณรังสีที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยการฉายรังสีแกมมาแบบ acute ด้วยเครื่องฉายรังสี Mark I ที่ปริมาณรังสี 0 50 100 150 200 250 และ 300 เกรย์ (อัตราปริมาณรังสี 12.58 เกรย์ต่อนาที) ณ ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์เทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรังสีอิเล็กตรอน ด้วยเครื่องฉายรังสีอิเล็กตรอนพลังงานสูง พลังงานที่ใช้ในการฉายต่ำที่สุดของเครื่องคือที่ 10 MeV และปริมาณรังสีต่ำสุดต่อการฉาย 1 รอบคือ 50 เกรย์ ที่ปริมาณรังสี 0 50 100 150 200 250และ 300 เกรย์ ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลังจากฉายรังสีนำเมล็ดไปฟอกฆ่าเชื้อและเพาะบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร MS บันทึกข้อมูลจำนวนเมล็ดที่งอกหลังจากฉายรังสี 30 วัน และจำนวนต้นอ่อนที่รอดชีวิตที่ 60 วันหลังฉายรังสี พบว่ารังสีทั้ง 2 ชนิดมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอกและเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของต้นอ่อนของสับปะรดสีทั้งสองคู่ผสมโดยคู่ผสม Dyckia silverback x Dyckia marnier-lapostollei มีความไวต่อรังสีสูงกว่าคู่ผสม Dyckia macedoi x Dyckia marnier-lapostollei พบว่าปริมาณรังสีแกมมาแบบ acute ที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์สำหรับทั้งสองคู่ผสม ควรอยู่ในช่วง 100-240 เกรย์ โดยพิจารณาจากค่า LD50(60) ที่ใกล้เคียงกันของทั้งสองคู่ผสม คือ 233 และ 240 เกรย์ตามลำดับ ส่วนการฉายรังสีอิเล็กตรอน พบว่าปริมาณรังสีที่ทำให้เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของต้นอ่อนที่ 60 วันหลังฉายรังสีลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ (LD50(60)) ของคู่ผสม Dyckia macedoi x Dyckia marnier-lapostollei เท่ากับ 144 เกรย์ และ คู่ผสม Dyckia silverback x Dyckia marnier-lapostollei เท่ากับ 110 เกรย์ ดังนั้นปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับการฉายรังสีอิเล็กตรอนเพื่อเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์ควรใช้ปริมาณรังสีในช่วง 50-150 เกรย์

คำสำคัญ

mutationการกลายพันธุ์รังสีแกมมาGamma rayselectron beamสับปะรดสีbromeliadsอิเล็กตรอนบีม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้รังสีแกมมาเหนี่ยวนำให้กลายพันธ์ในเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงสับปะรดสี ุ “Tillandsia cyanea”

พีรนุช จอมพุก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

การพัฒนาพันธุ์สับปะรดเพื่อการแปรรูป (ระยะที่ 1 การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ)

รุ่งนภา ช่างเจรจา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2556

การพัฒนาพันธุ์บัวหลวงและบัวสายด้วยการฉายรังสี

วิชัย ภูริปัญญวานิช สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556

การผลิตสารแคนนาบินอยด์จากแคลลัสและการปรับปรุงพันธุ์กัญชงและกัญชาโดยรังสีแกมมา

วิชัย ภูริปัญญวานิช สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564

การจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อลดอาการไส้สีน้าตาลของ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียฉายรังสีแกมมาเพื่อการส่งออก

อภิรดี อุทัยรัตนกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2557

การชักนําการกลายพันธุ์ในม่วงเทพรัตน์โดยการฉายรังสีอัลตราไวโอเลตซี

ไซนีย๊ะ สะมาลา พ.ศ. 2557

การชักนําให้เกิดการกลายพันธุ์ในกุหลาบพันธุ์มายวาเลนไทน์โดยการฉายรังสีอัลตราไวโอเลตซี

ไซนีย๊ะ สะมาลา พ.ศ. 2557

ผลของรังสีแกรมมาที่มีต่อมันเทศประดับพันธุ์ผสมในสภาพปลอดเชื้อ

ธีระชัย ธนานันต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ของสีเยื่อหุ้มเมล็ดในข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยการฉายรังสีแกมมาแบบเฉียบพลัน

ณัฏฐา ผดุงศิลป์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

การปรับปรุงพันธุ์ไทรย้อยใบทู่และไทรย้อยใบแหลมโดยการใช้รังสี

สุทธาสินี ปิ่นทอง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559