การพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพรรณไม้น้ำสกุลบูเซป (Bucephalandra sp.) เชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พรรณไม้น้ำลกุลทูลบูเซป (8นเepholandra sp.) เป็นพรรมในน้ำหวยงานชนิดใหม่ที่ถูที่ทันพบ ในเกาะเบอร์เนียว มีลักษณะเด่น คือ มีจุดสว่างหรือที่เรียกว่ามุกบนใบ จากลักษณะเด่นดังกล่าวจึงทำ ให้ราคาขายต่อต้นของพรรณไม้น้ำชนิดนี้สูงมาก แต่พรรณไม้น้ำชนิดนี้มีข้อจำกัดคือขยายพันธุ์ได้ช้า และยังต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงถูกนำมาใช้ในการขยายพันธุ์ โดยแบ่งเป็น 4 การทดลองดังนี้ การทดลองที่ 1 ศึกษาชนิดและปริมาณสารฟอกฆ่าเชื้อที่เหมาะสมต่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพรรณไม้น้ำสกุลบูเชป พบว่าการฟอกกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวภายนอกของชิ้น เนื้อเยื่อบูเซปที่เหมาะสม ได้แก่ การฟอกฆ่าเชื้อครั้งที่ 1 โดยใช้โซเดียมไฮโปคลอไรต์ 10 เปอร์เซ็นต์ นาน 20 นาที และฟอกฆ่าเชื้อครั้งที่ 2 ใช้เมอคิวริกคลอไรด์ 0.1 เปอร์เซ็นต์ นาน 10 นาที เมื่อเลี้ยง เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าอัตราการรอดสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และไม่พบการปนเปื้อนจากเชื้อ แบคทีเรียและเชื้อรา จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ปลอดเชื้อมาเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อ เพื่อมาศึกษาต่อในการ ทดลองที่ 2 โดยศึกษาผลของ adenine sulfate (Ads) ที่ระดับความเข้มข้น 0. 25, 50 และ 75 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ 6-benzylaminopurine (BAP) ที่ระดับความเข้มข้น 0.0, 0.5, 1.0 และ 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อตายอดของพรรณไม้น้ำบูเซป เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าอาหารกึ่งแข็งสูตร MS ที่เติม BAP 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร เพียงอย่างเดียว สามารถชักนำให้เกิด ตันอ่อน (2.45+0.15 ตัน/ชิ้นเนื้อเยื่อ) และจำนวนใบใหม่ (15.25+0.92 ใบ) มากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) จากนั้นนำมาศึกษาต่อในการทดองที่ 3 โดยศึกษาระดับความเข้มข้นของ NAA 4 ระดับ ได้แก่ 00.01. 03.05 และ 0 7 มิลลิกรัมต่อลิตร ในอาหาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อการชักนำให้เกิด ราก และเพิ่มขนาดของต้นพรรณไม้น้ำสกุลบูเซป เป็นระยะ 8 สัปดาห์ พบว่าอาหารสูตร MS ที่ไม่เติม NAA สามารถชักนำให้ต้นบูเซปเกิดจำนวนวนรากมากได้มากที่สุด (8.45+0.67 ราก) และมีการ เจริญเติบโตดีที่สุดแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) กับชุดการทดลองที่ระดับความเข้มข้นอื่นๆ และการทดลองที่ 4 ศึกษาเปรียบเทียบระบบปลูกแบบไร้ดินที่ต่างกัน 4 ระบบ คือ ระบบ DFT, ระบบ NFT, ระบบทราย (Sand culture) และระบบ Floating system ต่อการเจริญเติบโตของพรรณไม้ น้ำบูเซป เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ พบว่าการเจริญเติบโตในระบบ Floating systern มีการ เจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นดีสุดอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ทั้งความสูงต้น (0.16+0.10 ชม.) ความยาวใบ (0.29+0.06 ชม.) ความกว้างใบ (0.16+0.02 ชม.)และจำนวนใบ(0.70+0.46 ใบ) ด้วยเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและประสิทธิภาพของระบบการปลูกพืชแบบไร้ดิน เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สามารถทำ ให้ได้ผลผลิตพรรณไม้น้ำบูเซปในปริมาณที่มากพอต่อความต้องการของตลาดพรรณไม้น้ำ รวมทั้ง สามารถควบคุมคุณภาพการส่งออกให้ได้มาตรฐาน และลดการนำเข้าต้นพันธ์จากต่างประเทศอีกด้วย