การปรับปรุงพันธุ์เบญจมาศด้วยรังสีแกมมาผ่านการเพาะเลี้ยงแคลลัส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เบญจมาศ ถือเป็นไม้ตัดดอกที่สำคัญชนิดหนึ่งมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 ของไม้ตัดดอกทั่วโลก มียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสูตรการฟอกฆ่าเชื้อ การชักนำแคลลัสจากข้อและแผ่นใบของเบญจมาศ และการชักนำต้น จากการฟอกค่าเชื้อพบว่าการใช้สารละลายคลอร็อกซ์ 15 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยสารละลายเมอคิวริกคลอไรด์ 0.1 เปอร์เซ็นต์ มีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตมากที่สุด 68.25 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นศึกษาการชักนำแคลลัสบนอาหารสูตร MS ที่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต 2, 4-D ความเข้มข้น 0-5 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ Kinetin ความเข้มข้น 0 และ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ พบว่าเนื้อเยื่อส่วนข้อและแผ่นใบไม่สามารถชักนำให้เกิดแคลลัสได้เมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหาร MS ที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต ขณะที่พบว่าการเติม 2, 4-D ความเข้มข้น 2 และ 3 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ kinetin ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อลิตร มีเปอร์เซ็นต์การเกิดแคลลัสมากที่สุด แคคลัสมีสีเขียวอมเหลืองลักษณะเกาะกันแบบหลวม ส่วนการชักนำต้นจากชิ้นส่วนแคลลัส พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านจำนวนยอด ความสูง และเปอร์เซ็นต์การเกิดยอด โดยอาหาร MS ที่เติม 2, 4-D ความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ kinetin ความเข้มข้น 4 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำแคลลัสที่พัฒนาจากใบให้เกิดยอดได้มากที่สุด คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อาหาร MS ที่เติม kinetin ความเข้มข้น 3 มิลลิกรัมต่อลิตร มีค่าเฉลี่ยความสูงของต้นมากที่สุดเท่ากับ 53.05 มิลลิเมตร ปริมาณรังสีแกมมาที่เหมาะสม คือ 22.5 เกรย์คำสำคัญ: การชักนำแคลลัส เบญจมาศ สารควบคุมการเจริญเติบโต การเพาะเลี้ยงเยื้อเยื่อ