โครงการวิจัยการสร้างความแปรปรวนทางพันธุกรรมอ้อยผ่านทางการเพาะเลี้ยงแคลลัส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดลองศึกษาผลของสารออกซินและไซโตไคนินที่มีต่อการชักนำแคลลัสอ้อยพันธุ์ขอนแก่น 3 และแอลเค92-11 เพื่อนำแคลลัสไปใช้สำหรับสร้างความแปรปรวนด้วยการใช้สารเคมีก่อกลายพันธุ์ การทดลองวางแผนแบบ 4x4 Factorial in CRD ปัจจัย มี 4 ซ้ำ ๆ ละ 10 ขวด ปัจจัย A คือ สาร IBA (indole-3-butyric acid), IAA (indole-3-acetic acid) และ NAA (alpha-Napthaleneacetic Acid) ความเข้มข้น 0, 1, 2 และ 3 มิลลิกรัมต่อลิตร และปัจจัย B คือสาร BA (Benzyladenine), kinetin และ 2ip (6-?,?-dimethylallylaminopurine) ความเข้มข้น 0, 1, 5 และ 10 มิลลิกรัมต่อลิตร และการทดลองเสริมโดยใช้สาร 2,4-D และน้ำมะพร้าว ผลการทดลองพบว่า การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต IBA, IAA และ NAA ร่วมกับ BA, kienetin และ 2ip ทุกระดับความเข้มข้น สามารถชักนำให้ใบอ่อนอ้อยทั้ง 2 พันธุ์ ม้วนขึ้นข้างบน และใช้ระยะเวลานานมากกว่า 2 เดือน ในการชักนำแคลลัสได้เพียงเล็กน้อย (ไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้) ในขณะที่ 2,4-D ความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำแคลลัสอ้อยทั้ง 2 พันธุ์ (0.44 และ 0.36 ก. ตามลำดับ) ในช่วงระยะเวลาหลังเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในที่ไม่มีแสงสว่าง 15 วัน และการเติมน้ำมะพร้าวในสูตรอาหารสังเคราะห์เดียวกัน ช่วยชักนำให้เกิดแคลลัสได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 4 วัน และปริมาณมากกว่าการมี 2,4-D เพียงชนิดเดียว (0.50 และ 0.35 ก. ตามลำดับ)