ปัจจัยที่มีผลต่อการชักนำให้เกิดต้นพืชแฮพลอยด์ จากการเพาะเลี้ยงรังไข่ที่ไม่ได้รับการผสมของแตงเทศและแตงไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การผลิตสายพันธุ์แท้แตงเทศและแตงไทย ต้องผสมตัวเองติดต่อกันหลายชั่วรุ่น จึงนำมาใช้ในโครงการปรับปรุงพันธุ์ได้ การเพาะเลี้ยงโอวุลและรังไข่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการผลิตสายพันธุ์แท้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำได้ภายใน 1 ชั่วรุ่น ซึ่งความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุ์ของพืชที่นำมาเพาะเลี้ยง และสภาวะการเพาะเลี้ยง การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงโอวุลที่ไม่ได้รับการผสมของแตงเทศและแตงไทย (2) เพื่อหาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการชักนำแคลลัสให้พัฒนาไปเป็นต้นอ่อน โดยการทดลองที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแคลลัสซึ่งประกอบด้วย แตงเทศและแตงไทย จำนวน 4 พันธุ์ คือ กรีนเน็ต พอทออเรนจ์ ฮันนี่ดิว และแตงไทย อายุดอก 2 ระยะ คือ ระยะ 1 วันก่อนดอกบาน และระยะดอกบาน อุณหภูมิบ่ม 2 ระดับ คือ 25 และ 35?ซ และอาหารชักนำให้เกิดแคลลัส จำนวน 5 สูตร (IM1-IM5) ผลการทดลองพบอิทธิพลร่วมระหว่าง 3 ปัจจัยต่อเปอร์เซ็นต์การเกิดแคลลัส โดยพันธุ์พอทออร์เรนจ์ ที่ระยะดอกบาน ผ่านการบ่มที่อุณหภูมิ 35?ซ มีเปอร์เซ็นต์การเกิดแคลลัสสูงสุด (82.3%) จากนั้นย้ายแคลลัสไปยังอาหารชักนำให้เกิดเอ็มบริโอ และอาหารชักนำให้เกิดต้น พบว่า อาหารทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถชักนำให้เกิดเอ็มบริโอได้ โดยแคลลัสมีสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้มทึบแสง เกาะกันค่อนข้างแน่นเป็นปุ่มปม (nodule compact) อย่างไรก็ตาม อัตราการชักนำให้เกิดต้นอ่อนยังต่ำ และการเกิดต้นใหม่ยังไม่สมบูรณ์ จึงควรศึกษาเพิ่มเติมโดยการหาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการพัฒนาไปเป็นต้น และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการเพาะเลี้ยง