Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การประเมินลักษณะทางการเกษตรและการเพาะขยายทานตะวันพันธุ์ประดับในหลอดทดลอง

หนูเดือน เมืองแสน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินลักษณะทางการเกษตรของทานตะวันประดับต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไทยและเพื่อเพาะขยายต้นทานตะวันพันธุ์ประดับในหลอดทดลอง ผลการวิจัยพบว่าทานตะวันประดับลูกผสมจำนวน 12 พันธุ์ สามารถเพาะปลูกในโรงเรือนและในแปลงปลูกในประเทศไทยได้ โดยมีความแปรผันด้านความสูง 3.00-27.89 นิ้ว ด้านสีดอกได้แก่ สีเหลืองอ่อน เหลือง เหลืองส้ม แดงเข้ม หรือ แดงน้ำตาล ด้านจำนวนช่อดอกต่อต้น (1-8 ช่อดอก) ด้านขนาดของจานดอก (2.05-8.14 นิ้ว) และช่วงการออกดอก (55-85 วัน) พันธุ์ทานตะวันประดับที่มีการปลูกในแปลงส่วนใหญ่แตกกิ่งก้านมากกว่า มีจำนวนดอกต่อต้นมากกว่า และมีความสูงมากกว่า (9.40-44.29 นิ้ว) พันธุ์ทานตะวันประดับส่วนใหญ่ไม่มีละอองเรณูหรือมีน้อย ทำให้ไม่มีเมล็ด ดังนั้นการผสมเปิดและการผสมข้ามระหว่างพันธุ์ จะทำให้ได้เมล็ดมากขึ้น การคัดเลือกพันธุ์ในรุ่นลูกและผสมตนเอง 6-8 ชั่วรุ่นจะทำให้ได้พันธุ์ปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยต่อไป การศึกษาสภาพและสูตรอาหารในการชักนำให้เกิดแคลลัสและต้นของพันธุ์ Prado red และ ลูกผสม F1 (Pacific 22x Prado Red) พบว่าอาหารสูตร MS ที่เติม 1 mg/L BA เกิดยอดมากที่สุด (30.00 %) และจำนวนยอดต่อชิ้นส่วนมากที่สุด (1.15 ยอดต่อชิ้นส่วนพืช) เมื่อนำยอดอ่อนมาเพาะเลี้ยงในอาหารที่เติม 2 mg/L BA พบว่าให้จำนวนต้น 3.00 ยอดต่อชิ้นส่วนพืช และจำนวนใบมากที่สุด (5.60 ใบต่อยอด) นำยอดมาเพาะเลี้ยงในอาหารชักนำราก พบว่าอาหารสูตร MS ที่เติม 1 mg/L BA, 1 mg/L IAA และผงถ่าน ให้จำนวนรากต่อต้นสูงที่สุด (7.26 รากต่อต้น) เมื่อนำต้นทานตะวันที่สมบูรณ์มาปลูกในโรงเรือนพบว่าวัสดุปลูกที่ประกอบด้วยพีสมอสส์อย่างเดียวสามารถให้อัตราการรอดสูงที่สุดร้อยละ 60 การเพาะขยายต้นของทานตะวันประดับในหลอดทดลอง 17 พันธุ์ พบว่าพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดแคลลัสได้ดี 94-100% บนอาหารสูตร MS (MS + 2 mg/L BA) และ VST (MS+ 2 mg/L 2-iP + 0.5 mg/L IAA + 0.1 mg/L TDZ) การใช้ยอดอ่อน (plumule) จะเกิดยอดได้ในร้อยละที่สูงกว่าและเกิดยอดได้ดีบนอาหารสูตร VST แต่อย่างไรก็ตามยอดมีลักษณะฉ่ำน้ำ พันธุ์ที่เกิดยอดได้สูงได้แก่ Autumn beauty, Sunrich gold, Sunbright, Peach passion, Soraya และ Teddy bear การศึกษาการลดความฉ่ำน้ำ พบว่าสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการลดอาการฉ่ำน้ำในทานตะวันประดับสายพันธุ์ Prado red มากที่สุดคืออาหารสูตร MS เสริมด้วย 0.85 mg/L silver nitrate, 1 mg/L Indol-3-acetic acid (IAA), 2 mg/L kinetin และ 200 mg/L glutamine ซึ่งสามารถลดอาการฉ่ำน้ำให้เหลือ 45.09 เปอร์เซ็นต์ และมีการเกิดยอด 80.00 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการลดการฉ่ำน้ำในทานตะวันพันธุ์ S473 พบว่าอาหารสูตร MS ที่เสริมด้วย 2 mg/L BA และ 2 mg/L silver nitrate ความเข้มข้น ช่วยลดการฉ่ำน้ำให้เหลือ 52.94% นอกจากนี้ ยังพบว่าการลดความเข้มข้นของน้ำตาล sucrose ชักนำให้เกิดการฉ่ำน้ำเพิ่มขึ้น โดยสรุป ประสิทธิภาพในการชักนำให้เกิดยอดของทานตะวันพันธุ์ประดับให้ได้สูง ขึ้นกับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น พันธุ์หรือจีโนไทป์ อายุใบเลี้ยง ทิศทางการวางชิ้นส่วนบนอาหาร ชนิดของชิ้นส่วนพืช สูตรอาหาร ฮอร์โมนและสารเสริม เป็นต้น การหาสภาวะเหมาะสมสำหรับการเพาะขยายทานตะวันประดับแต่ละพันธุ์หรือจีโนไทป์ในหลอดทดลองจึงจำเป็น

คำสำคัญ

tissue cultureการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อcallusแคลลัสShoot inductionการชักนำให้เกิดยอดhyperhydricityornamental sunflowerการฉ่ำน้ำทานตะวันประดับ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิเคราะห์สัณฐานวิทยาเชิงตัวเลขของผลพืชเผ่าหมอน้อย (วงศ์ทานตะวัน) ในประเทศไทย

สุคนธ์ทิพย์ บุญวงค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2562

การประเมินความหลากหลายทางพันธุกรรมของกล้วยไม้สกุลกุหลาบในประเทศไทยด้วยเทคนิค SRAP

นริศศา เจริญศรี มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

PLANT POISONING IN THAILAND: A 10-YEAR ANALYSIS FROM RAMATHIBODI POISON CENTER

อัจฉรา ทองภู มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์พืชสวนเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงของเกษตรกรและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย

รัชนี ศิริยาน กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การศึกษาพันธุ์ปทุมมาและวัสดุปลูกที่เหมาะสมต่อการปลูกเป็นไม้ดอกประดับแปลงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

ธัญญะ เตชะศีลพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

ค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมของลักษณะคุณภาพน้้าเชื้อและลักษณะการให้ผลผลิต ของพ่อสุกรพันธุ์แท้ในประเทศไทย

นลินี อิ่มบุญตา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การขยายพันธุ์กระเจียวบัวในหลอดทดลองเพื่อการอนุรักษ์พืชหายากในประเทศไทย

ปิยะพร แสนสุข มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การเปรียบเทียบผลผลิตของพันธุ์ปาล์มน ้ามันที่ปลูกในจังหวัดสงขลา

เอกนรินทร์ จันทร์รักษ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558

ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์พื้นบ้านของพืชวงศ์ขิง ในจังหวัดหนองคาย ประเทศไทย

ณชยุต จันท์โชติกุล มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การปลูกเปรียบเทียบพันธุ์อ้อยใหม่ชุดอู่ทองกับพันธุ์อ้อยที่ส่งเสริมปลูก ในพื้นที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

พุฒิพงศ์ โคกคาน พ.ศ. 2557