ผลของระดับ plant sterol ในสูตรอาหารต่อคุณภาพของน้ำนมแพะในฟาร์มเกษตรกร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของการปลูกทานตะวันเป็นพืชหมุนเวียนในนาข้าวและศึกษาการใช้ประโยชน์ของทานตะวันแบบครบวงจร โดยทำการวิจัยร่วมกับการให้ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อสร้างแนวคิด การสามารถเชื่อมโยงเหตุ-ผลในการเลือกผลิตพืช ผลกระทบหรือประโยชน์ที่จักได้รับ การสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร ให้แก่เกษตรกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และนอกจากนี้การศึกษายังมีการทดลองการนำผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันทานตะวันมาเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อใช้ในสูตรอาหารของแพะนม ได้ศึกษาผลการเสริมเมล็ดทานตะวันในสูตรอาหาร 4 ระดับ ได้แก่ กลุ่มควบคุมไม่มีการเสริมเมล็ดทานตะวัน (0%SFS) กลุ่มที่ 2 เสริมเมล็ดทานตะวันที่ระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มทดลองที่ 3 เสริมที่ระดับ 10เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มทดลองที่ 4 เสริมที่ระดับ 15 เปอร์เซ็นต์ โดยทำการศึกษาในฟาร์มเกษตรกรที่เลี้ยงแพะนม 3 ฟาร์ม ได้แก่ สุขใจฟาร์ม ฐานิชฟาร์ม และ พ. พันธุ์ดี ฟาร์ม จากการศึกษาพบว่า สามารถใช้เมล็ดทานตะวันในสูตรอาหารข้นสำหรับแพะรีดนมได้สูงสุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีผลกระทบต่อการให้ผลผลิตน้ำนมแพะ นอกจากนี้ยังพบว่า การเสริมเมล็ดทานตะวันในสูตรอาหารแพะ มีผลส่งเสริมต่อการให้ผลผลิตน้ำนมแพะต่อตัวต่อวัน โดยพบว่า การเสริมที่ระดับ 15 เปอร์เซ็นต์ สามารถเพิ่มผลผลิตน้ำนมแพะในฟาร์มเกษตรได้ เมื่อเทียบกับการจัดการอาหารแพะรีดนมของเกษตรกรเอง (p<0.05) โดยการเสริมเมล็ดทานตะวันในสูตรอาหารแพะนม มีผลต่อการเพิ่มคุณภาพน้ำนมได้แก่ ไขมันนม อยู่ในช่วง 3.5-6.0 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนมอยู่ในช่วง 3.5-4.0 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาลแลคโตสอยู่ในช่วง 3.5-3.9 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และผลผลิตน้ำนมเฉลี่ยในฟาร์มเกษตรกรมีค่าเท่ากับ 1.3-1.4 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน