ผลิตภัณฑ์นมแพะพรีเมียม: เฟสที่ 1 อาหารฟังก์ชั่นมูลค่าเพิ่ม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการผลิตภัณฑ์นมแพะพรีเมียม: เฟสที่ 1 อาหารฟังก์ชั่นมูลค่าเพิ่ม มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) พัฒนาผลิตภัณฑ์นมแพะเป็นอาหารฟังก์ชั่นที่มีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของร่างกายที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน การแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแพะพรีเมียมและได้รับเครื่องหมาย อย. (2) สร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดขยายผลนมแพะในตลาดพาณิชย์ (3) เกิดเป็นองค์ความรู้พร้อมใช้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมแพะเพิ่มโภชนะเพื่อขยายผล และสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มฟาร์มแพะนมหรือชมรมแพะนมในภูมิภาคต่างๆ ผู้ประกอบการแปรรูปน้ำนมแพะทั้งรายใหญ่และรายย่อย และผู้บริโภคน้ำนมแพะ โดยประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลักสามารถสรุปผลการวิจัยและดำเนินกิจกรรมโครงการวิจัย ได้ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 การผลิตน้ำนมแพะดิบเพิ่มโภชนะ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1) เตรียมการผลิตนมแพะดิบเพิ่มโภชนะในฟาร์มแพะนม 2) เตรียมน้ำนมแพะดิบเพิ่มโภชนะรูปแบบพาสเจอไรซ์ 3) ศึกษาคุณลักษณะของน้ำนมแพะเพิ่มโภชนะ 4) การขอขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. ผลการศึกษาพบว่า (1) การผลิตนมแพะดิบเพิ่มโภชนะทั้งสูตรเสริมไอโอดีนและดีเอชเอสามารถผลิตได้ในสถานที่ทำการทดลอง 2 แห่ง ได้แก่ ฟาร์ม บ.Stockholm farm อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม และ บ.บุญบูรณ์ฟาร์ม จ.ลำปาง ซึ่งทั้งสองแห่งมีความแตกต่างในด้านสภาพอากาศก็ไม่ได้ทำให้เกิดอุปสรรคในการผลิตนมแพะสูตรเสริมไอโอดีน จากนั้นน้ำนมแพะดิบที่ได้ถูกนำไปวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนและปริมาณกรดไขมันที่มีในน้ำนมดิบ ซึ่งพบว่า น้ำนมแพะสูตรเสริมไอโอดีนมีปริมาณไอโอดีนในน้ำนมแพะดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำนมแพะดิบกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้เสริมแร่ธาตุอาหาร เช่นเดียวกับ น้ำนมแพะสูตรเสริมดีเอชเอมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ Omega-9, monounsaturatedomega-9 fatty acid, polyunsaturated omega-6, polyunsaturated omega-7และ polyunsaturated omega-3 fatty acid มีปริมาณเพิ่มขึ้น 43.4, 3.2, 2.0, 2.4 และ 3.4 เท่าตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำนมแพะดิบกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้เสริมแร่ธาตุอาหาร แต่ในส่วนของปริมาณ cis-4,7,10,13,16,19-Docosahexaenoic acid(C22:6n3) หรือ DHA ไม่พบทั้งในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ทั้งนี้อาจเกิดจากปริมาณกรดไขมันดังกล่าวมีอยู่ในปริมาณน้อยมาก (2) เมื่อนำน้ำนมแพะสูตรเสริมไอโอดีนในช่วงเวลาต่างๆ มาผ่านการพาสเจอไรซ์โดยการให้ความร้อนแก่นำนมแพะดิบที่อุณหภูมิ 63 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที พบว่าปริมาณไอโอดีนมีปริมาณใกล้เคียงกับน้ำนัมแพะดิบดังนั้นความร้อนจากการพาสเจอไรซ์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณไอโอดีนในน้ำนม (3) จากผลการทดลองจึงได้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. สำหรับน้ำนมแพะสูตรเสริมไอโอดีนซึ่งได้รับการจดแจ้งเรียบร้อยในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2566 โดยมีเลขสารบบอาหาร คือ 73-1-27164-6-0034 ซึ่งเป็น 13 หลักที่จะปรากฎอยู่ในกรอบเครื่องหมาย หรือเรียกว่าเป็นเครื่องหมาย อย.ที่ปรากฎบนผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร ในส่วนน้ำนมแพะสูตรเสริม ดีเอชเอยังดำเนินการขอขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. ไม่แล้วเสร็จ กิจกรรมที่ 2 การผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1) เตรียมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะ 2) ศึกษาคุณลักษณะของชีสจากนมแพะที่เตรียมได้เปรียบเทียบกับชีสจากน้ำนมวัว 3) การขอรับรองมาตรฐานการแปรรูปผลิตภัณฑ์และขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. ผลการศึกษาพบว่า (1) จากเดิมที่ต้องการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะในรูปแบบชีสนั้นจะดำเนินการที่ฟาร์ม บุญบูรณ์ฟาร์มแต่เนื่องจากติดปัญหาการผลิตจึ่งดำเนการในห้องปฏิบัติการซึ่งสามารถผลิตชีสจากนมแพะและนมวัวได้ตามที่วางแผนไว้และดำเนินการตรวจวัดคุณค่าทางโภชนาการและแร่ธาตุที่สนใจ (2) จากผลคุณค่าทางโภชนาการของชีสที่เตรียมได้จากนมวัและนมแพะ พบว่าปริมาณพลังงานโดยรวมและพลังงานจากไขมัน โปรตีน ไขมัน มีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาร์โบไฮเดรต แคลเซียม และเหล็กที่พบในชีสนมแพะมีปริมาณมากกว่าชีสจากนมวัว 1.7, 2.3 และ 2.5 เท่า ตามลำดับ ดังนั้นการรับประทานชีสจากนมแพะจะได้รับปริมาณแคลเซียมและธาตุเหล็กในปริมาณสูงกว่าการบริโภคชีสจากนมวัว ในขณะที่ได้รับพลังงานเท่ากัน แต่ในส่วนคุณลักษณะทางกายภาพของชีสทั้งสองชนิดยังไม่ได้ทำการทดสอบ (3) และการขอขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. ของชีสจากนมแพะไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีอุปสรรคในด้านความพร้อมของสถานที่ของทั้งฟาร์มนมแพะของทั้งบุญบูรณ์ฟาร์ม จ.ลำปาง และ สต๊อกโฮมฟาร์ม จ.มหาสารคาม จึงทำให้ทางฟาร์มจำเป็นต้องส่งน้ำนมแพะดิบเพื่อนำไปแปรรูปและจดแจ้งโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่งผลให้การดำเนินการขอรับรองมาตรฐานการแปรรูปผลิตภัณฑ์และขึ้นทะเบียนจดแจ้งเครื่องหมาย อย. มีความล่าช้าและจดแจ้งไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ความเป็นไปได้ในการจดแจ้งเครื่องหมาย อย.ของผลิตภัณฑ์แปรรูปชีสจากนมแพะโดยฟาร์มแพะนม ทั้งสองแห่งมีความจำเป็นที่ในอนาคตทางผู้วิจัยต้องเพิ่มความพร้อมให้กับทางฟาร์มแพะเพื่อสามารถจดแจ้งเครื่องหมาย อย.ให้กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืนในอนาคต กิจกรรมที่ 3 การเผยแพร่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมแพะเพิ่มโภชนะให้แก่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1) จัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้ในการผลิตและขอขึ้นทะเบียน อย. 2) จัดทำสื่อโฆษณาประโยชน์จากการรับประทานนมแพะเพิ่มโภชนะ ผลการศึกษาพบว่า (1) ได้มีการจัดทำแผ่นพับคุณประโยชน์ของนมแพะเสริมโภชนะสูตรเสริมไอโอดีน เผยแพร่ในนิทรรศการรวมทั้งเข้าร่วมการเสวนา ณ ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย ชั้น 1 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ภายในงานคณะผู้วิจัยได้ให้ความรู้และแจกโปสเตอร์เพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับนมแพะพรีเมียม (2) เผยแพร่บทความวิชาการในงานประชุมวิขาการแพะแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 “BCG MODEL ยกระดับแพะไทย เพื่อความมั่นคงทางอาหาร” ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรม ดิอิมพีเรียลโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช จ.นครราชสีมา (3) จัดทำวิดิโอคลิปเผยแพร่ความรู้ในการผลิตนมแพะเสริมไอโอดีนและการรับประทานนมแพะโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับนมแพะมีประโยชน์อย่างไร และการพัฒนาเป็นนมแพะเสริมไอโอดีนเพิ่มมูลค่าและประโยชน์แก่ผู้บริโภคกลุ่มใดบ้าง และอย่างไร มีคุณค่าทางโภชนาการเทียบกับนมวัวอย่างไรบ้าง จากผลการวิจัยของโครงการนี้ สามารถสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์การผลิตนมแพะ สูตรเสริมโภชนะ และข้อเสนอแนะเชิงการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมแพะ สูตรเสริมโภชนะ ได้ดังนี้ (1) สร้างแรงจูงใจในการผลิตนมแพะในเกษตรกรผู้ผลิตแพะ โดยเน้นให้เห็นถึงประโยชน์ของการผลิตนมแพะเสริมโภชนะและนำไปสู่ขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อสร้างรายได้เสริมจากการนำ by-product จากการเลี้ยงแพะมาเพิ่มมูลค่า ทำให้เกษตรกรเห็นถึงการลงทุนเพิ่มเพียงเล็กน้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง (2) สร้างโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์นมแพะเสริมโภชนะไปใช้ประโยชน์กับกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของนมแพะแก่ประชาชนมากขึ้น รวมถึงการเผยแพร่ความรู้และผลิตภัณฑ์นมแพะเสริมโภชนะให้แก่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อส่งผลให้เกิดผลกระทบที่ดีและสร้างความเข้มแข็งในสังคมในที่สุด คำสำคัญ : ผลิตภัณฑ์นมแพะพรีเมียม นมแพะเสริมโภชนะ ผลิตภัณฑ์นมแพะแปรรูป อาหารฟังก์ชั่นมูลค่าเพิ่ม