ศักยภาพการใช้พืชปฏิปักษ์และผลิตภัณฑ์จากพืชบางชนิดในการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม ในมะเขือเทศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การใช้พืชปฏิปักษ์มาปลูกหรือใช้ส่วนของพืชปฏิปักษ์ใส่ลงดินโดยตรงหรือพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมก่อนใส่ลงดิน เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม ที่จะทดแทนการใช้สารเคมีซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและธรรมชาติ การศึกษานี้เป็นการทดสอบเบื้องต้นที่จะคัดเลือกพืชปฏิปักษ์ที่มีศักยภาพสำหรับพัฒนาไปใช้อย่างเหมาะสมของเกษตรกร โดยเลือกพืชในวงศ์ Asteraceae 8 ชนิด/สายพันธุ์ ซึ่งได้แก่ดาวกระจาย (Cosmos sulphureus) 3 สายพันธุ์ (ดอกสีส้ม, ดอกสีเหลืองกลีบ 1 ชั้น, ดอกสีเหลืองกลีบ 2 ชั้น), แก่นตะวัน (Helianthus tuberosus) 2 สายพันธุ์ (KHEL 65 และ KJA89), ทานตะวัน (Helianthus annuus), ดาวเรือง (Tagetes erecta), และบานชื่น (Zinnia elegans) ปลูกทดสอบการต้านทานต่อไส้เดือนฝอยรากปม (Meloidogyne incognita) เปรียบเทียบกับมะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum) พันธุ์สีดา ซึ่งอ่อนแอ ปลูกพืชทดสอบอายุ 3 ใบจริง ในกระถางที่มีไข่ไส้เดือนฝอย 3,000 ไข่ ผลการทดสอบพบว่า ดาวกระจายทั้ง 3 สายพันธุ์, แก่นตะวัน 2 สายพันธุ์, ดาวเรือง, และ บานชื่น มีเปอร์เซ็นต์การเกิดปมราก, จำนวนไส้เดือนฝอยในราก (1 กรัม) ทั้งที่ 30 วัน และ 45 วัน การผลิตไข่ของไส้เดือนฝอยที่ 45 วัน, และจำนวนตัวอ่อนไส้เดือนฝอยในดินที่ 45 วัน ต่ำกว่าในพืชเปรียบเทียบ (มะเขือเทศ) ส่วนทานตะวันมีปฏิกิริยาใกล้เคียงกับมะเขือเทศ พืชทดสอบทั้ง 7 สายพันธุ์ข้างต้น (ไม่รวมทานตะวัน) จึงมีศักยภาพที่จะนำไปทดสอบเพิ่มเพื่อปลูกหมุนเวียนหรือปลูกร่วมกับพืชหลักเพื่อลดปริมาณไส้เดือนฝอยรากปมในดินต่อไป เมื่อนำพืชปฏิปักษ์ 4 สายพันธุ์ คือ ดาวเรือง (Tagetes sp.) พันธุ์พื้นเมือง, ดาวเรือง (Tagetes erecta) (สายพันธุ์การค้า), แก่นตะวัน 2 สายพันธุ์ (KHEL 65 และ KJA 89) มาปลูกเปรียบเทียบกับใช้มะเขือเทศพันธุ์สีดา ในแปลงปลูกขนาดเล็ก (microplot) ที่มีประชากรไส้เดือนฝอยรากปมอยู่แล้ว หลังจากปลูก 2 เดือน ปรากฎว่าแปลงที่ปลูกพืชปฏิปักษ์ทั้ง 4 สายพันธุ์ และแปลงที่ปล่อยพื้นที่ว่าง ความหนาแน่นของตัวอ่อนไส้เดือนฝอยในดินลดลงจากก่อนปลูก ขณะที่แปลงที่ปลูกมะเขือเทศมีความหนาแน่นของตัวอ่อนไส้เดือนฝอยเพิ่มขึ้น สำหรับการทดสอบการนำชิ้นส่วนพืชบางชนิดใส่ลงดินเพื่อลดความรุนแรงของโรครากปมนั้น ได้เลือกใช้พืช 6 ชนิดคือ ดาวเรือง (ต้น+ใบ, และราก), ยูคาลิปตัส (Eucalyptus meliodora) (ใบ), ขี้เหล็ก (Senna siamea) (ใบ), สะเดา (Azdirachta indica) (ใบ), มะละกอ (Carica papaya) (ใบ), และตะไคร้ (Cymbopogon citratus) (ต้น+ใบ) โดยนำชิ้นส่วนสับเป็นชิ้นเล็กๆปริมาณ 10 กรัม ใส่คลุกดินในกระถางขนาด 15 ซม ใส่ไข่ไส้เดือนฝอย 5,000 ไข่/กระถาง แล้วปลูกกล้ามะเขือเทศอายุ 3 ใบจริง เปรียบกับกระถางที่ไม่ใส่ชิ้นส่วนพืช เมื่อครบ 45 วัน พบว่าการใช้ใบยูคาลิปตัส ใบขี้เหล็ก ใบมะละกอ และต้นและใบของตะไคร้ ช่วยลดความรุนแรงการเกิดปมรากมะเขือเทศ โดยที่ใบยูคาลิปตัส และใบขี้เหล็กมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะที่การใช้ชิ้นสวนพืชทั้ง 4 ชนิดดังกล่าว ยังทำให้การผลิตไข่ไส้เดือนฝอยที่รากลดลงด้วย โดยที่ใบขี้เหล็กมีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้ดาวเรือง ไม่ว่าต้น+ใบ หรือใช้ราก ไม่สามารถลดความรุนแรงของโรคและปริมาณไส้เดือนฝอยได้