การขยายพันธุ์หนามแดง(Carissa carandasLinn. )โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการศึกษาการผลิตสารฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ในสภาพเพาะเลี้ยง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หนามเเตง (Carissa carandas Linn.) เป็นพืชที่มีศักขภาพในการนำมาเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยจะเป็นการ นำมาใช้ประโยชน์สำหรับการแต่งสี และรส หรือใช้เป็นสารด้านอมูลอิสระ ใช้รักษาโรค ฟรุกโตโอลิโกแซดคา ไรด์ (Fructo-olignsaccharide) เป็นการเส้นใยละลายน้ำได้ เป็นสาร Probibite ที่ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มี ประโยชน์ในลำไส้ การผลิตสารทางชีวภาพไดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเชื่อพืช สามารถทำได้โดยการชักนำให้เชื่อเชื่อเกิด เป็นแคลลัส บนสูตรอาหารที่เหมาะสม จากนั้นจึงหาวิธีการที่เหมาะสมที่จะให้แดลลัสนั้นสร้างสารตามที่ต้องการ โดยมีปัจจัยต่างๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งปัจจัยกายนอก เช่น แสงสว่างและอุณหภูมิ และปัจจัจข้อกายในที่มีผลต่อการ เพาะเลี้ยง ได้แก่ ชิ้นส่วนที่นำมาพาะเลี้ยง และอาหารที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง ได้แก่ชนิดของอาหาร แร่ธาตุต่างๆ สาร ควบคุมการเจริญเติบโตตลอดจนความเป็นกรดล่าง สำหรับหนามแดงนั้นยังไม่มีรายงานว่ามีการผลิตสารสำคัญ ต่างๆโดยการเพาะเลี้ยงเซลล์ การทดองนี้เป็นการศึกษาผลของสารควบคุมการเจริญติบไตต่อการเจริญเติบโตของ แคลลัสของหนามแดงและการสร้างสารฟรคไตไตไอลิโกแซดคาไรด์ โดยทำการเพาะเลี้ยงแคลลัสอัสของหนามแดงใน อาหาร MS(1962) ที่เสริมด้วยสารควบคุมการเจริญติบโต 2 ชนิดที่อัตราส่วนผสมของ BA 0.5 1 และ 1.5 มกปล. และ 2,4-D 1 2 3 4 มก/ล. ผลการทดลองพบว่า เมื่อทำการเพาะเลี้ยงเคลสัสหนามแดงเป็นเวลา 10 สัปดาห์ อาหาร สูตร MS ที่เสริมด้วย BA 1.5 มก/ล. และ 2,4-1) 4 มก. แคลลัสจะเจริญเติบใดดีที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอาหาร ที่ให้ปริมาณสารฟรกโตโอภิโกแชคคาไรค์สูงที่สุดคือ อาหารสูตร MS ที่เสริมด้วย BA 0 มก.ก. เเกะ 2,4-D 2 มก/ก.