การผลิตไฮโดรเจนจากจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงด้วยสับสเตรทพอลิแซคคาไรด์ และการประยุกต์ใช้ในน้ำเสีย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ คัดเลือกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากตัวอย่างน้ำทิ้งจำนวน 78 ไอโซเลท ได้สายพันธุ์ที่สามารถใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นแหล่งคาร์บอนทั้งสิ้น 32 ไอโซเลท โดยไอโซเลท S12 ให้ประสิทธิภาพการย่อยสลายดีที่สุด เมื่อนำไปจัดจำแนกด้วยวิธีทางชีวเคมีพบว่าอยู่ในสกุล Rhodopseudomonas S12 สามารถเจริญได้ดีในแหล่งคาร์บอนต่างๆ ได้แก่ อะซิเตท แป้งมันสำปะหลัง ข้าวหอมมะลิ ข้าวเสาไห้ และข้าวหอมมะลิกล้อง S12 สามารถเจริญในอาหาร Modified medium ได้ดีพอกับ Ormerod’s medium โดยให้การเจริญสูงสุดในอาหารที่มีสัดส่วนแหล่งคาร์บอนต่อไนโตรเจนที่ระดับ 1 ต่อ 1 และ 5 ต่อ 1 แต่พบการสร้างไฮโดรเจนเมื่อเลี้ยงเชื้อในอาหารที่มีสัดส่วน 20 ต่อ 1 และ 10 ต่อ 1 ที่ 7.3 และ 3.1 มล. ในวันที่ 25 ของการเจริญ) และมีปัญหาความหนืดของอาหาร แต่เมื่อใช้แหล่งคาร์บอนเป็นข้าวหอมมะลิพบว่าการผลิตไฮโดรเจนในอาหารสัดส่วน 20 ต่อ 1 และ 10 ต่อ 1 เพิ่มเป็น 9.1 มล. และ 4.1 มล. ในวันที่ 25 ของการเจริญ แต่พบปัญหาเมล็ดข้าวดูดซับน้ำ การเลี้ยงเชื้อในขวดแบนทรงสี่เหลี่ยมให้ผลการเจริญ และการผลิตไฮโดรเจนสูงกว่าการเลี้ยงเชื้อในขวดกลมทรงกระบอก จาก 8.1 มล. เป็น 12.4 มล. เมื่อเลี้ยงเชื้อเป็นเวลา 25 วัน การเลี้ยงเชื้อในสัดส่วนอาหาร 20 ต่อ 1 พบว่ากิจกรรมของเอนไซม์ hydrogenase มีค่าต่ำกว่าการเลี้ยงเชื้อในสัดส่วนอาหาร 1 ต่อ 1 ดังนั้นการยับยั้งกิจกรรมเอนไซม์ hydrogenase มีผลอย่างมากต่อการผลิตไฮโดรเจน การเลี้ยงเชื้อในน้ำเสียพบว่า S12 สามารถเจริญแข่งขันกับเชื้อปนเปื้อนได้ แต่ก๊าซที่เก็บได้จากการทดลองมีส่วนผสมของไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และแอมโนเนีย เนื่องจากการเจริญของเชื้อปนเปื้อน