การประยุกต์ใช้น้ำทะเลเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อสำหรับการเจริญเติบโตและการผลิตไฮโดรเจนของไซยาโนแบคทีเรียทนเค็ม Aphanothece halophytica
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไบโอไฮโดรเจนจัดเป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถผลิตได้จากสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ไซยาโนแบคทีเรียเซลล์เดียวชอบเค็ม Aphanothece halophytica สามารถผลิตไฮโดรเจนด้วยการทำงานของเอนไซม์ไฮโดรจีเนสในกระบวนการทางชีวภาพโดยใช้แสงเป็นแหล่งพลังงาน ไซยาโนแบคทีเรียชนิดนี้มีข้อได้เปรียบในการเพาะเลี้ยงที่สามารถเจริญในอาหารที่มีความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ในปริมาณสูง ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง A. halophytica ในน้ำทะเลที่เสริมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและนำมาผลิตไฮโดรเจน จากการทดลองพบว่าการเติมโซเดียมไนเตรทความเข้มข้นอย่างน้อย 1.76 มิลลิโมลาร์เป็นแหล่งไนโตรเจนในน้ำทะเลจำเป็นต่อการเจริญของเซลล์ โดยมีอัตราการเจริญเติบโตและปริมาณคลอโรฟิลล์เท่ากับเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในอาหาร BG11 ที่เสริมด้วย Turk Island salt solution นอกจากนี้ การเติมแหล่งคาร์บอนและชนิดของแหล่งคาร์บอนไม่มีผลต่อการเจริญและการผลิตไฮโดรเจนของ A. halophytica ความเข้มข้นของสารอาหารและแร่ธาตุที่เหมาะสมในการเติมลงไปในน้ำทะเลเพื่อการผลิตไฮโดรเจน คือ โซเดียมไนเตรท 1.76 มิลลิโมลาร์ แมกนีเซียมซัลเฟต 30 มิลลิโมลาร์ โซเดียมคลอไรด์ 0.75 โมลาร์ เหล็กไอออน 4 ไมโครโมลาร์ และนิกเกิลไอออน 5 ไมโครโมลาร์ สุดท้ายศึกษาการผลิตไฮโดรเจนอย่างยั่งยืนของ A. halophytica โดยเพาะเลี้ยงเซลล์ในน้ำทะเลที่เสริมด้วยโซเดียมไนเตรทความเข้มข้น 1.76 มิลลิโมลาร์ เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้น เก็บเกี่ยวเซลล์ ล้างเซลล์ 2 ครั้ง กระจายเซลล์และบ่มในน้ำทะเลที่ปราศจากไนเตรท พบว่า A. halophytica ผลิตไฮโดรเจนตั้งแต่วันที่ 1 ของการบ่ม และผลิตไฮโดรเจนสูงสุดในวันที่ 2 และยังพบการผลิตไฮโดรเจน หลังการบ่มเป็นเวลา 10 วัน