กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ปะการังอ่อน Sarcophyton sp. เป็นปะการังอ่อนในสกุล Alcyonaceae ที่มีความสวยงาม มีศักยภาพในการพัฒนาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวและการฟื้นฟูระบบนิเวศ งานวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงและการเจริญเติบโตของปะการังอ่อน Sarcophyton sp. ในภาวะเพาะฟักในโรงเรือนและสภาวะธรรมชาติ โดยทำการเพาะเลี้ยงในโรงเรือน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงปะการัง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และแปลงเพาะเลี้ยงในธรรมชาติ ณ หาดไตรตรัง อ่าวป่าตองจังหวัดภูเก็ต ทำการทดสอบเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้ได้แก่อิฐบล๊อคคอนกรีต อิฐประสานดินเผา และหินปะการัง ในการเพาะเลี้ยงในธรรมชาติ ใช้วิธีการยึดติดโดยใช้เคเบิลไทด์และยางรัด โดยพบว่าอิฐประสานดินเผาให้อัตรารอดสูงสุด (ร้อยละ 70) แต่ทว่าเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ได้แก่ ความกลมกลืน ความมั่นคง และอัตราการรอด อิฐบล๊อคคอนกรีตมีความเหมาะสมที่สุด ในการศึกษาการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนปะการังได้เลือกใช้อิฐบล๊อคคอนกรีต อิฐประสานดินเผา และหินปะการัง พบว่าการเติบโตของปะการังบนวัสดุทั้ง 3 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (0.09-0.12 ซม./วัน วันที่ 60) โดยบนอิฐบล๊อคคอนกรีตมีการเติบโตสูงกว่าวัสดุอื่น อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ส่วนการขยายพันธุ์ในโรงเพาะพบว่าการใช้ฐานคอนกรีตขนาดเล็ก (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 ซม.) การทดลองที่ใช้ยางรัด ปะการังตายทั้งหมดภายใน 7 วันแรก การทดลองที่ใช้ยางรัด มีอัตราการรอดคงที่ร้อยละ 40 ในวันที่ 14 ส่วนเคเบิลไทด์ให้อัตราการรอดคงที่ร้อยละ 55 ในวันที่ 35 ปะการังอ่อนมีขนาดเส้นรอบวงของ disc 2.50 ซม. มีอัตราการเติบโต 0.09 ซม./วัน และมีขนาดเส้นรอบวงของ disc 1.77 ซม. มีอัตราการเติบโต 0.07 ซม./วัน ในวันที่ 28 ของการเลี้ยงในชุดทดลองเคเบิลไทด์และยางรัด ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าการเพาะเลี้ยงในธรรมชาติ (0.12-0.18 ซม./วัน วันที่ 30) ถึงแม้ว่าการขยายพันธุ์ในธรรมชาติจะมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่า แต่การขยายพันธุ์ในโรงเพาะเลี้ยงสามารถทำได้สะดวกกว่า สามารถตรวจสอบปะการังได้ทุกวัน การปฏิบัติงานไม่ขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้น-ลง หรือสภาพอากาศ จากนั้นทำการเพิ่มจำนวนปะการังอ่อนในโรงเพาะเลี้ยง เมื่อปะการังอายุได้ 60 วันจึงทำการย้ายปลูกไปยังพื้นที่ธรรมชาติ พบว่าอัตราการรอดอยู่ที่ 100% ปะการังสามารถเติบโตได้ดีไม่พบการฟอกขาวหรือการตาย การประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์ปะการังชนิดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่นี้ รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต