การใช้ยีนสีขนในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์แมวไทยศุภลักษณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการประเมินยีนสีขน Tyrosinase related protein 1 (TYRP1) ควบคุมให้เกิดขนสีดํา (black;B) น้ำตาล (brown; b) และ cinnamon (light brown; b) มีการข่มกันของยีนอย่างสมบูรณ์คือ B > b > b ยีน Tyrosinase (TYR) ทําให้เกิดแต้มสีเข้มบริเวณส่วนปลายของร่างกาย เช่น หน้า ใบหู ปลายเท้า หาง อวัยวะเพศ โดยมีการข่มกันของยีนคือ C (full color) > c b (burmese) ? cs (Siamese) > c (albino) และยีน Melanophilin (MLPH) ทําให้เกิดการจางลงของสีขน การแสดงออกของยีน D ข่ม d อย่างสมบูรณ์ (D > d) ทําการตรวจสอบทั้ง 3 ยีนในแมวจํานวน 99 ตัว ซึ่งมีลักษณะตรงหรือใกล้เคียงกับแมวศุภลักษณ์ ผลจีโน ไทป์สามารถแยกแมวออกเป็น 5 แบบ คือ 1) Konja หรือลักษณะขนสีดํา 1 ตัว 2) Burmese point (B_cbcbD_ ) เป็นลักษณะของแมวพันธุ์เบอร์มิส จํานวน 31 ตัว และเป็นสี Chocolate Burmese point 7 ตัว 3) Tonkinese point (B_cbcsD_) คือแมวที่แสดงสีขนระหว่าง Burmese point และ Siamese point จํานวน 2 ตัว และ Chocolate Tonkinese point 3 ตัว 4) Siamese point (B_cscsD) คือแสดงลักษณะของแต้มเข็มแบบแมวพันธุ์วิเชียรมาศ จากการศึกษานี้ไม่พบมีแมวตัวใดมีลักษณะนี้ มีแต่ Chocolate Siamese จํานวน 2 ตัว 5) Supralak (bbC_D_) คือแมวที่แสดงลักษณะสีขนเป็นสีน้ำตาลเสมอกันทั้งตัวไม่มี point จํานวน 53 ตัว เมื่อนําแมวที่มีจีโนไทป์ที่ทําให้แมวมีลักษณะขนเป็นสีน้ำตาลเสมอกันทั้งตัวคือ bbCCDD,bbCcb DD ผสมพันธุ์กัน ได้ลูกทั้งเพศผู้ และเพศเมียลักษณะขนเป็นสีน้ำตาลเสมอกันทั้งตัว ตรงตามสมมุติฐานยีนสีขนที่ตั้งไว้ นอกจากนั้นยังสามารถใช้พ่อหรือแม่ที่มีจีโนไทป์ เช่น bbcbcbDD ผสมพันธุ์กับคู่ที่มีจีโนไทป์ bbCCDD ก็สามารถให้ลูกที่มีลักษณะแมวศุภลักษณ์ได้เช่นกัน ผลจากการทดสอบการผสมพันธุ์พบว่าการตรวจยีนสีขนสามารถนํามาใช้ในการจัดการการผสมพันธุ์ได้จริง ได้ลูกแมวที่มีลักษณะขนสีน้ำตาลเสมอกันทั้งตัวตามลักษณะแมวศุภลักษณ์จากผลจีโนไทป์ ฟีโนไทป์ และคัดออกลักษณะแฝงปรากฏที่ไม่ต้องการ แมวกลุ่มแรกที่ควรเลือกนํามาใช้ในการผสม และปรับปรุงสายพันธุ์ก่อนคือ แมวที่มีจีโนไทป์ bbCCDD จํานวน 8 ตัว ลําดับต่อมาคือแมวกลุ่มที่มีจีโนไทป์ bbC_D_จํานวน 17 ตัว ในแมวทั้ง 99 ตัวพบแฝงอัลลีลลักษณะ point (cb , cs) สูงถึง 63.64 % ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของการปรับปรุงสายพันธุ์คือ จํานวนแมวที่สามารถนํามาใช้จัดการผสมพันธุ์มีจํนวนค่อนข้างจํากัด ในจํานวนนี้มีแมว 26 ตัวที่ไม่ทราบประวัติมาก่อน แมวกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงสูงในการแฝงยีนอื่น ๆ ที่มีลักษณะที่ไม่ต้องการในแมวศุภลักษณ์ เช่น ขนลายตามลําตัว ขนสีขาวแซม หางสะดุด การตรวจยีนสีขนมีความสําคัญมากในการคัดกรองแมวที่สามารถนํามาใช้ปรับปรุงสายพันธุ์ได้ อย่างไรก็ตามการใช้ยีนสีขนเพียง 3 ยีน (TYR, TYRP1 และ MLPH) ในการคัดเลือกลักษณะอาจไม่เพียงพอ อาจต้องเพิ่มยีนสีขนอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การพัฒนาสายพันธุ์แมวศุภลักษณ์ทําได้รวดเร็ว และสมบูรณ์ขึ้น