การปรับปรุงพันธุ์ฝ้ายสีธรรมชาติเพื่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปลูกฝ้ายสีขาวพันธุ์ มก. 1, ฝ้ายสีน้ำตาลสายพันธุ์ พม. 1 และฝ้ายสีเขียวสายพันธุ์ พม. 4 ผสมพันธุ์ข้ามพันธุ์ระหว่างฝ้ายสีขาว กับสีน้ำตาลและเขียว รวมทั้งผสมแบบสลับพ่อสลับแม่ ได้ทั้งหมด 4 คู่ผสม คือ ฝ้ายสีขาวพันธุ์ มก. 1 x ฝ้ายสีน้ำตาลสายพันธุ์ พม. 1, ฝ้ายสีขาวพันธุ์ มก. 1 x ฝ้ายสีเขียวสายพันธุ์ พม. 4, ฝ้ายสีน้ำตาล สายพันธุ์ พม. 1 x ฝ้ายสีขาวพันธุ์ มก. 1 และ ฝ้ายสีเขียวสายพันธุ์ พม. 4 x ฝ้ายสีขาวพันธุ์ มก. 1 เก็บเกี่ยวสมอที่สุกแก่ของแต่ละคู่ผสมได้ 28, 8, 29 และ 30 สมอ ตามลำดับ สมอที่เก็บได้เส้นใยมีโทนสีตามต้นแม่คือ ถ้าแม่มีเส้นใยสีขาวลูกผสมชั่วที่ 1 (F1) ก็จะมีเส้นใยสีขาว ถ้าแม่มีเส้นใยสีเขียว หรือสีน้ำตาล เมื่อผสมกับพ่อที่มีเส้นใยสีขาว สมอลูกผสม F1 ที่ได้จะมีเส้นใยสีเขียว หรือน้ำตาลตามแม่ เลือกสมอที่มีขนาดใหญ่ถึงปานกลางนำมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีมาตรฐานโดยสร้างประชากรใหม่เพื่อศึกษา ค่าการวิเคราะห์ระหว่างชั่ว (generation mean analysis) ของทั้ง 4 คู่ผสม โดยในแต่ละคู่ผสมได้ปลูกเมล็ดพันธุ์ประกอบด้วย พันธุ์แม่ (P1) พันธุ์พ่อ (P2) ลูกผสมชั่วที่ 1 (F1) ประชากรชั่วที่ 2 (F2) ลูกผสมกลับไปหาพันธุ์แม่ (BC1P1) และลูกผสมกลับไปหาพันธุ์พ่อ (BC1P2) การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยระหว่างชั่วของลักษณะความสูงต้น วันออกดอก พบว่าทั้ง 4 คู่ผสมในทั้ง 2 ลักษณะ ส่วนใหญ่เป็นอิทธิพลแบบ non-allelic interaction model ยกเว้นลักษณะวันออกดอกของคู่ผสม มก.1x พม.1 ส่วนการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์โดยนำเมล็ด F1 ทั้ง 4 คู่ผสม มาฉายรังสีแกมมาที่ปริมาณรังสี 0, 300 และ 500 เกรย์ จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนของเปอร์เซ็นต์ความอยู่รอด พบว่า ในคู่ผสม มก.1 x พม.1, มก.1 x พม.4 และ พม.1 x มก.1 ปริมาณรังสีที่ใช้มีผลให้เปอร์เซ็นต์ความอยู่รอดของฝ้ายที่อายุ 1 เดือนหลังฉายรังสีไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ยกเว้นคู่ผสม พม.4 x มก.1 ที่เปอร์เซ็นต์ความอยู่รอดที่ปริมาณรังสี 500 เกรย์ ต่ำกว่า ที่ 300 เกรย์ จากการฉายรังสีเมล็ด F1 ดังกล่าวสามารถเก็บเมล็ด M2 ได้จากคู่ผสม พม.1 x มก.1 และ ปลูก ต้น M2 สามารถแยกกลุ่มสีเส้นใยได้ 3 กลุ่ม คือ สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้มและ สีขาว เนื่องจากเมล็ด F1 มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะนำมาฉายรังสีใหม่จึงได้ปรับการทดลองโดยนำเมล็ดสายพันธุ์พ่อแม่ มก.1, พม.1 และ พม.4 (ที่แบ่งกลุ่มสีเส้นใยเป็น 5 กลุ่ม) มาฉายรังสีที่ปริมาณรังสี 150 และ 300 เกรย์ เพื่อสร้างความแปรปรวนทางพันธุกรรม สามารถเก็บเมล็ด M2 ปลูกเป็นต้น M2 ในแปลงทดลอง คัดเลือกต้น M2 ที่มีลักษณะทางการเกษตรดี และเก็บสมอที่สุกแก่ นำมาจัดกลุ่มสีของเส้นใย ในแต่ละปริมาณรังสี และนำไปปลูกเพื่อทดสอบความคงตัวต่อไป