ผลการเรียนรู้ของการใช้สื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการออกแบบโดยใช้หลักความน่ารักรายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารัก รายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกัน 2) ศึกษาลักษณะนิสัยการเรียนรู้ด้วยสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารักกับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกัน 3) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน และ 4) ศึกษาพัฒนาการทางการเรียนของผู้เรียนที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกันที่เรียนด้วยสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารัก การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยแบบแผนการทดลองที่ใช้คือวิธี One Group Pretest Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารัก รายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่องพืชและสัตว์ แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน แบบสำรวจลักษณะนิสัยการเรียนรู้ของคอล์บ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาสุรินทร์ จำนวน 15 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ค่าทดสอบที และค่าทดสอบเอฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. สื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารัก รายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกัน มีประสิทธิภาพสูงตามเกณฑ์ของเมกุยแกนส์ 2. ผู้เรียนที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกันที่เรียนด้วยสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารักมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผู้เรียนที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผู้เรียนที่มีลักษณะนิสัยการเรียนรู้ต่างกันที่เรียนด้วยสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลักความน่ารักมีพัฒนาการทางการเรียนที่สูงขึ้นแต่น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (ร้อยละ 50)