กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการ การพัฒนารูปแบบ และ ประเมินรูปแบบการสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองแก่เยาวชนในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จังหวัด ตาก เป็นการวิจัยผสมผสานวิธี มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสอบถามปัญหาและความต้องการ สร้างจิตสำนึกจากบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน (2) การสัมภาษณ์การสร้าง รูปแบบจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน (3) การประเมินผลคุณภาพของรูปแบบจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 8 คน โดยวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษา พบว่า 1) ปัญหาจิตสำนึกความเป็นพลเมืองฯ เยาวชนมีปัญหาในระดับปานกลาง ด้านที่มีปัญหาสูง ที่สุด ได้แก่ ด้านความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม รองลงมาได้แก่ ด้านการเคารพสิทธิ เสรีภาพ และกฎกติกาของสังคมที่เป็นธรรม ด้านการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และต่ำที่สุด ได้แก่ ด้านความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม 2) ความต้องการสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมือง ฯ พบว่า บุคลากรต้องการสร้าง (1) สร้าง จิตสำนึกการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชน เช่น จัดค่ายเยาวชนประชาธิปไตย (2)สร้างการเคารพสิทธิ เสรีภาพและกฎกติกาของสังคม เช่น จัดค่ายอบรมประชาธิปไตยและ กฎหมาย (3) สร้างความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม เช่น จัดค่ายอาสาพัฒนา จัดอบรมให้ ความรู้หน้าที่พลเมืองและเคารพสิทธิของผู้อื่น (4) สร้างความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยและการมี ส่วนร่วม เช่น จัดอบรมประชาธิปตยเยาวชน จัดกิจกรรมสภานักเรียน อบรมพฤติกรรมประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม2) ความต้องการสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองๆ พบว่า บุคลากรต้องการสร้าง (1) สร้าง จิตสำนึกการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชน เช่น จัดค่ายเยาวชนประชาธิปไตย (2) สร้างการเคารพสิทธิ เสรีภาพและกฎกติกาของสังคม เช่น จัดคำยอบรมประชาธิปไตยและ กฎหมาย (3) สร้างความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม เช่น จัดค่ายอาสาพัฒนา จัดอบรมให้ ความรู้หน้าที่พลเมืองและเครพสิทธิของผู้อื่น (4) สร้างความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยและการมี ส่วนร่วม เช่น จัดอบรมประชาธิปไตยเยาวชน จัดกิจกรรมสภานักเรียน อบรมพฤติกรรมประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม 3) รูปแบบการสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองฯ พบว่า รูปแบบประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การรู้หน้าที่ เคารพสิทธิ เสรีภาพและกฎกติกาของสังคม (2) การมีความ รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม (3) การเคารพในศักดิ์ศรีและความแตกต่างของความเป็นมนุษย์ และ (4) การมีส่วนร่วมและความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย โดยรูปแบบมี 5 ชั้นตอน ได้แก่ (1) ชั้น ตระหนักรู้ในตนเองและรู้จักผู้อื่น (2) ขั้นสร้างบรรยากาศและเผชิญสถานการณ์ (3) ขั้นทดลองปฏิบัติ (4) ขั้นวิพากษ์และสะท้อนคิดประเด็นปัญหา และ (5) ชั้นสรุปและถอดบทเรียน และ 4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า องค์ประกอบของรูปแบบมีความเหมาะสมและความเป็น ประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด มีความป็นไปได้อยู่ในระดับมาก โดยทุกขั้นตอนของรูปแบบมีความ เหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด