การพัฒนาเวชสำอางจากสารสกัดใบย่านางแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ย่านางแดงเป็นพืชสมุนไพรที่พบทั่วไปในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Lysiphyllum strychnifolium (Craib) A. Schmitz ย่านางแดงมีสรรพคุณทางยาหลายประการรวมทั้งฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านจุลชีพ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะการอบแห้งใบย่านางแดงที่ทำให้ได้ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวม และฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระสูงที่สุดและศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดใบย่านางแดงที่ได้จากสภาวะการอบแห้งที่ดีที่สุดในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสและยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ก่อนนำสารสกัดที่ได้มาพัฒนาเป็นตัวรับเวชสำอางและศึกษาความคงตัวภายใต้สภาวะเร่ง วิธีวิจัยกระทำโดยนำใบย่านางแดงที่สมบูรณ์ซึ่งเก็บจากต้นที่เพาะปลูกในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร มาล้างให้สะอาดและทำให้แห้งโดยสภาวะต่างๆ 4 สภาวะ ได้แก่ การอบในตู้อบ ณ อุณหภูมิ 40, 50 และ 60 องศาเซลเซียส และตากแดดจนแห้งสนิท สกัดใบย่านางแดงที่ทำแห้งแล้วโดยการหมักในเอทานอลและระเหยตัวทำละลายออก นำสารสกัดที่ได้ มาวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟี นอลและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมทั้งหมดโดยวิธี Folin-Ciocateu method และวิธี Aluminum chloride colorimetric method ตามลำดับ วิเคราะห์หาองค์ประกอบและปริมาณของสารประกอบฟีนอลและสารประกอบฟลาโวนอยด์แต่ละชนิดในสารสกัดใบย่านางแดงโดยวิธี HPLC และ ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระโดยวิธี DPPH free radical scavenging assay ผลการวิจัยพบว่าการอบแห้งใบย่านางแดงที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสเป็นสภาวะการอบแห้งที่ดีที่สุดเนื่องจากให้สารสกัดหยาบที่มีปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมทั้งหมดสูงสุด และมีปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง เมื่อนำสารสกัดใบย่านางแดงที่สกัดจากใบย่านางแดงที่อบแห้ง ณ อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส มาศกึษาฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสโดยวิธี Dopachrome method พบว่าค่าความเข้มข้นของสารสกัดที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรสิเนสได้ 50 % (IC50) คือ 45.82 mg/ml และเมื่อนำสารสกัดดังกล่าวมาศึกษาฤทธิ์ต้านเชือ้แบคทีเรียสามชนิดที่เป็นสาเหตุของสิว ได้แก่ Propionibacterium acnes, Staphylococcus aureus และ Staphylococcus epidermidis โดยวิธี Broth microdilution method พบว่าสารสกัดนี ้สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้งสามชนิดได้โดยมีค่า MIC เท่ากับ 6.25, 25 และ 0.39 mg/ml ตามลำดับ เมื่อตั้งตำรับเจล ครีม และซีรั่มสารสกัดใบย่านางแดงที่มีความเข้มข้นของสารสกัดเป็น 25 mg/ml ซึ่งเท่ากับค่า MIC ที่ครอบคลุมเชื ้อแบคทีเรียทั้ง 3 ชนิดที่เป็นสาเหตุของสิวและศึกษาความคงตัวของตำรับเวชสาอางทั้งสามรูปแบบโดยวิธีเร่งคือการเก็บตำรับในที่ร้อนสลับเย็นจำนวน 5 รอบและทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อ P. acnes ของตำรับทั้งสามก่อนและหลังเก็บในสภาวะเร่งโดย Disc diffusion method พบว่าตำรับครีมสารสกัดใบย่านางแดงเป็นตำรับที่มีความคงตัวทางกายภาพและชีวภาพสูงที่สุด เนื่องจากเมื่อผ่านการทดสอบความคงตัวในสภาวะเร่งแล้วครีมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพน้อย และเป็นตำรับที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ P. acnes สูงกว่าตำารับเจลและซีรั่มทั้งก่อนและหลังการเก็บในที่ร้อน สลับเย็น สรุปได้ว่าตำรับครีมสารสกัดใบย่านางแดงที่พัฒนาขึ้นนี้เป็นตำรับเวชสำอางจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยัง้เอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งฤทธิ์ดังกล่าวช่วยให้ผิวขาวขึ้น และมีฤทธิ์ต้านเชือ้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว จึงเป็นตำรับที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้เป็นเวชสำอางต้านสิวและช่วยให้ผิวขาวได้ในอนาคต