การพัฒนาสูตรเพาะเลี้ยงเห็ดแครงในถุงโดยการนำกากมะพร้าวทดแทนรำข้าวละเอียด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเห็ดแครงในถุงโดยการนำกากมะพร้าวสดเปรียบเทียบกับกากมะพร้าวอบแห้ง และอัตราทดแทนรำข้าวละเอียด วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) มีจำนวนทั้งหมด 9 สิ่งทดลอง ผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการ พบว่า การเจริญของเส้นใยเห็ดแครงมีความแตกต่างกันหลังจากการเพาะเลี้ยงที่อายุ 3 5 และ 7 วัน การเจริญของเส้นใยเห็ดหลังจากอายุ 7 วัน พบว่า สูตรรำข้าวละเอียด 100 เปอร์เซ็นต์ เส้นใยเห็ดแครงเจริญได้ดีที่สุด มีเส้นผ่านศูนย์กลางโคโลนี 8.96 เซนติเมตร เส้นใยเจริญได้ดีกว่าสูตรกากมะพร้าวสดทดแทนรำข้าวละเอียด 25 เปอร์เซ็นต์ และสูตรอาหารกากมะพร้าวอบแห้งทดแทนรำข้าวละเอียด 25 เปอร์เซ็นต์ มีเส้นผ่านศูนย์กลางโคโลนี 8.94 และ 8.89 เซนติเมตร ตามลำดับ การศึกษาประสิทธิภาพการผลิตเห็ดแครงในถุงพลาสติก พบว่า สูตรกากมะพร้าวอบแห้งทดแทนรำข้าวละเอียด 25 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตมากที่สุด เท่ากับ 49.96 กรัมต่อก้อน รองลงมา คือ สูตรรำข้าวละเอียด 100 เปอร์เซ็นต์ และสูตรกากมะพร้าวอบแห้งทดแทนรำข้าวละเอียด 50 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลผลิตเท่ากับ 46.09 และ 41.21 กรัมต่อก้อน ตามลำดับ ในการผลิตเห็ดแครงที่มีต้นทุนน้อยที่สุดและรายรับสุทธิมากที่สุด คือ สูตรกากมะพร้าวสดทดแทนรำข้าวละเอียด 50 เปอร์เซ็นต์ มีต้นทุน 35.28 บาทต่อกิโลกรัม และรายรับ 164.72 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมาคือ สูตรกากมะพร้าวสดทดแทนรำข้าวละเอียด 25 เปอร์เซ็นต์ และสูตรกากมะพร้าวอบแห้งทดแทนรำข้าวละเอียด 25 เปอร์เซ็นต์ มีต้นทุนการผลิต 37.00 และ 37.63 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ มีรายรับสุทธิ 163.00 และ 152.37 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ จากผลการทดลองแสดงว่ากากมะพร้าวช่วยลดต้นทุนการใช้รำข้าวละเอียดได้มากถึง 57 เปอร์เซ็นต์ การพัฒนาวัสดุเพาะจากก้อนเชื้อเห็ดเก่าทดแทนขี้เลื่อยใหม่ เมื่อนำวัสดุไปทำการวิเคราะห์องค์ประกอบทางอาหารที่มีในวัสดุเพาะขี้เลื้อยไม้ยางพาราใหม่กับวัสดุจากก้อนเชื้อเพาะเห็ดเก่า พบว่า วัสดุจากก้อนเชื้อเพาะเห็ดเก่ามีโปรตีน (5.27?0.04 เปอร์เซ็นต์) สูงกว่าขี้เลื่อยไม้ยางพาราใหม่ (1.37?0.05 เปอร์เซ็นต์) แต่วัสดุจากก้อนเชื้อเพาะเห็ดเก่ามีไขมัน (0.655?0.001 เปอร์เซ็นต์) ต่ำกว่าขี้เลื้อยไม้ยางพาราใหม่ (7.359?0.074 เปอร์เซ็นต์) ส่วนของพลังงาน (calories/g) พบว่า วัสดุจากก้อนเชื้อเพาะเห็ดเก่า (2,979?63.0 calories/g) สูงกว่าวัสดุเพาะขี้เลื่อยไม้ยางพาราใหม่ (2,660?180.2 calories/g) การพัฒนาวัสดุเพาะจากก้อนเชื้อเห็ดเก่าทดแทนขี้เลื่อยและการใช้กากมะพร้าวทดแทนรำข้าวละเอียดสำหรับเพาะเลี้ยงเห็ดแครง (Shizophyllum commune) วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design แบ่งเป็น 3 การทดลองได้แก่ชุดที่ 1 อัตราก้อนเชื้อเก่าทดแทนขี้เลื้อย จำนวน 5 สิ่งทดลอง ชุดที่ 2 อัตราก้อนเชื้อเก่าทดแทนขี้เลื่อยกับกากมะพร้าวสดทดแทนรำข้าวละเอียดจำนวน 11 สิ่งทดลอง และชุดที่ 3 อัตราก้อนเชื้อเก่าทดแทนขี้เลื้อยกับกากมะพร้าวอบแห้งทดแทนรำข้าวละเอียดจำนวน 11 สิ่งทดลอง ผลการศึกษาพบว่า อัตราขี้เลื่อยกับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 100:0 มีการเจริญของเชื้อดีที่สุด คือ 10.41 เซนติเมตร อัตราขี้เลื่อยกับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 25:75 และกากมะพร้าวสดกับรำข้าวละเอียด 75:25 ให้น้ำหนักผลผลิตมากที่สุด คือ 105.37 กรัมต่อก้อน สำหรับองค์ประกอบของการผลิตอัตราขี้เลื่อยใหม่กับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 100:0 ผสมกับกากมะพร้าวสดกับรำข้าวละเอียด 0:100 มีจำนวนดอกเห็ดมากที่สุด คือ 116.5 ดอกต่อก้อน อัตราขี้เลื่อยกับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 50:50 ผสมกับกากมะพร้าวอบแห้งกับรำข้าวละเอียด 25:75 มีความกว้างดอกมากที่สุด คือ 3.37 เซนติเมตร อัตราขี้เลื่อยกับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 50:50 ผสมกับกากมะพร้าวอบแห้งกับรำข้าวละเอียด 50:50 มีความยาวดอกมากที่สุด คือ 3.20 เซนติเมตร และอัตราขี้เลื่อยไม้ยางพารากับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 0:100 ให้ความหนาของดอกเห็ดมากที่สุด คือ 0.45 เซนติเมตร จากการคิดต้นและรายรับในการผลิตเห็ดแครง 1 กิโลกรัมพบว่า อัตราขี้เลื่อยกับก้อนเชื้อเห็ดเก่า 50:50 และกากมะพร้าวสดกับรำข้าวละเอียด 25:75 มีต้นทุนน้อยที่สุดและรายรับสุทธิมากที่สุดคือ 16.83 และ 183.17 บาทต่อกิโลกรัม จากการทดลองแสดงว่าก้อนเชื้อเห็ดเก่าและกากมะพร้าวสามารถนำมาทดแทนได้ โดยมีต้นทุนต่ำสุดและมีรายได้สูงสุด