ศักยภาพของกิ่งไม้ใบไม้ที่มีในท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นวัสดุเพาะเห็ดทดแทนขี้เลื่อยไม้ยางพารา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาศักยภาพของวัสดุเพาะในท้องถิ่นสำหรับเพาะเห็ดแครง ทดแทนขี้เลื่อยยางพารา ดำเนินการในฤดูฝน (พ.ค.-มิ.ย. 2555) ผลการทดลองพบว่า ขี้เลื่อยมะเกี๋ยง จั่น ฉำฉา ขี้เหล็ก และลำไย มีศักยภาพในการนำมาเพาะเห็ดแครงทดแทนขี้เลื่อยยางพารา โดยให้ผลผลิตสูงกว่าขี้เลื่อยยางพารา แต่ขี้เลื่อยมะเกี๋ยงและลำไยเส้นใยเห็ดแครงเจริญได้ช้ากว่ายางพารา ส่วนจั่น ฉำฉา และมะเกี๋ยงให้ผลผลิตและปริมาณโปรตีนสูงกว่ายางพารา การศึกษาวัสดุเพาะเห็ดแครงเพื่อให้ได้ผลผลิตและโปรตีนสูง ดำเนินการปลายฤดูหนาว (ก.พ.-มี.ค. 2556) ผลการทดลองพบว่า สิ่งทดลองที่ 10 (ขี้เลื่อยยางพารา) ให้น้ำหนักผลผลิตเห็ดสดสูงสุด 122.50 กรัม/ถุง แต่ให้โปรตีน 16.65% ซึ่งต่ำกว่าสิ่งทดลองที่ 4 (จั่น:ไมยราบยักษ์ อัตราส่วน 1:1 โดยน้ำหนัก) และ 5 (จั่น:ยางพารา อัตราส่วน 1:1 โดยน้ำหนัก) ซึ่งให้ผลผลิตสด 108.23 และ 109.88 กรัม และให้โปรตีน 19.33 และ 17.1 % ตามลำดับ อย่างไรก็ตามขี้เลื่อยยางพาราเส้นใยเห็ดเจริญเต็มถุง 18.9 วัน ซึ่งช้ากว่าสิ่งทดลองอื่นๆ (16.00-17.33 วัน) ยกเว้นสิ่งทดลองที่ 9 (19.00 วัน) การศึกษาต้นทุนการเพาะเห็ดแครงเชิงการค้าเปรียบเทียบระหว่างสิ่งทดลองที่ 1 (จั่น:ไมยราบยักษ์ อัตราส่วน 1:1 โดยน้ำหนัก) และสิ่งทดลองที่ 2 (ขี้เลื่อยยางพารา) ผลการทดลองพบว่า สิ่งทดลองที่ 1 ให้ผลผลิต 23.82 กก. ซึ่งต่ำกว่าขี้เลื่อยยางพารา ที่ให้ผลผลิต 30.15 กิโลกรัม/300 ถุง ทั้ง 2 สิ่งทดลอง มีต้นทุนการผลิตเชิงการค้าไม่ต่างกัน โดยมีต้นทุน 2,520 บาท/300 ถุง หรือเฉลี่ยถุงละ 8.47 บาท