การศึกษาและพัฒนาวัสดุเพาะท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงคุณภาพวัสดุเพาะเห็ดนางฟ้า ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาและพัฒนาวัสดุเพาะท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงคุณภาพวัสดุเพาะเห็ดนางฟ้า ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ดำเนินการวิจัย : อารยา มุสิกาและจิรายุ มุสิกา หน่วยงาน : สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปีที่วิจัยสมบูรณ์ : 2560 เลขที่สัญญารับทุน : 2560A13902024 บทคัดย่อ การทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าที่เพาะด้วยวัสดุเพาะที่แตกต่างกัน เพื่อศึกษาปริมาณผลผลิตจากจำนวนรุ่นของเห็ดนางฟ้าและเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้าสู่ชุมชน โดยใช้แผนการทดลองแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (Completely Randomize Design , CRD) ประกอบด้วย 4 Treatment Treatment ละ30 ซ้ำ ได้แก่ (T1) ขี้เลื่อยไม้ยางพารา100 % (T2) ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + แกลบดิบ (T3) ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + ชานอ้อย 50 : 50 % และ (T4) เลื่อยไม้ยางพารา + ฟางข้าว 50 : 50 % บันทึกข้อมูลโดยการวัดความกว้าง (ซ.ม.) น้ำหนักสด (กรัม) น้ำหนักแห้ง (กรัม) และจำนวนดอก (ดอก) ในระยะเวลาการให้ดอก 1 เดือน หรือ 30 วัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองวิเคราะห์ความแปรปรวนและเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของTreatment ด้วย Duncan ,s New Multiple Range Test (DMRT) และวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ผลการทดลองพบว่า สิ่งทดลองทั้ง 4 Treatment มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P?0.05) ด้านน้ำหนักสด Treatment ที่มีค่ามากที่สุดคือ Treatment ที่ 1 ( T1 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100% ) 3.29a กรัม รองลงมาคือ Treatment ที่ 3 ( T3 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + ชานอ้อย ) 2.31b กรัม ด้านน้ำหนักแห้งที่มีค่ามากที่สุดคือ Treatment ที่ 1 ( T1 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา ) 0.37a กรัม รองลงมาคือ Treatment ที่ 3 ( T3 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + ชานอ้อย) 0.31 ab กรัม ด้านความกว้างของหมวกดอกมีค่ามากที่สุดคือ Treatment ที่ 2 ( T2 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา+ แกลบดิบ ) 10.85a กรัม รองลงมาคือ Treatment ที่ 3 ( T3 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + ชานอ้อย ) 10.47a กรัม ด้านจำนวนดอกที่มีจำนวนมากที่สุดคือ Treatment ที่ 1 (T1 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา) 7.93a กรัม รองลงมาคือ Treatment ที่ 3 ( T3 : ขี้เลื่อยไม้ยางพารา + ชานอ้อย ) 7.55a กรัมตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าการนำวัสดุเพาะประเภทชานอ้อยที่สับละเอียดมาใช้ร่วมในการเพาะเห็ดสามารถที่จะทดแทนการใช้วัสดุเพาะประเภทขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 % ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในชานอ้อยมีคุณสมบัติทางเคมีของเยื่อเชลลูโลสที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะเห็ด (ศศิประภา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. 2560) ดังนั้นการนำชานอ้อยซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางด้านการเกษตรมาใช้ร่วมกับวัสดุเพาะขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 % น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรที่มีความสนใจในการทำอาชีพการเพาะเห็ดได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี