Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและข้าวโพดโดยใช้ไมยราบยักษ์ที่เป็นวัชพืชในท้องถิ่นเป็นอาหารเสริมเพื่อพัฒนาเป็นวัสดุเพาะเห็ดทดแทนการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราและถ่ายทอดความรู้สู่กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ด

ครุปกรณ์ ละเอียดอ่อน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ฟางข้าว ข้าวโพดและไมยราบยักษ์เป็นวัสดุเพาะเห็ดและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร พบว่า ความสามารถในการเจริญเติบโตของเส้นใยกรรมวิธีขี้เลื่อยยางพารา : ฟางข้าว : ไมยราบยักษ์ อัตรา 1:1:1 จะมีการเดินของเส้นใยดีที่สุด แต่เมื่อพิจารณาการเจริญเติบโตของเห็ด มีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่ากรรมวิธี จากฟางข้าว 100% จะมีจำนวนดอกมากที่สุด เฉลี่ยเท่ากับ13.66 ดอก ส่วนความกว้างดอกมีค่าระหว่าง 6.83- 7.53 เซนติเมตร และความยาวก้านดอกของเห็ดมีค่าระหว่าง 5.83- 6.84 เซนติเมตร เมื่อพิจารณาค่าประสิทธิภาพทางชีววิทยา (Biological Efficiency : B.E.) พบว่า .ขี้เลื่อยยางพารา: ฟางข้าว ข้าวโพด : ไมยราบยักษ์ อัตรา 1:2:1:1จะให้ค่าสูงสุด 68.48% รองลงมาคือ . ขี้เลื่อยยางพารา: ฟางข้าว ข้าวโพด : ไมยราบยักษ์ อัตรา 2:1:1:1มีค่า 68.22% ส่วนวัสดุเพาะจากขี้เลื่อยยางพารา 100% จะให้ค่าประสิทธิภาพทางชีววิทยาเท่ากับ 66.39% และได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร โดยเน้นการมีส่วนร่วมประกอบด้วย การสนทนาและค้นหาข้อมูล การทดลองและเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประเมินผลความรู้ การจัดเก็บความรู้ และ การเผยแพร่ความรู้ เมื่อทำการวัดความรู้ก่อนเข้ารับการอบรมและหลังจากอบรม พบว่ามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) คือ ด้านการเตรียมวัสดุและผลิตก้อนเชื้อเห็ด ก่อนอบรมมีค่าเฉลี่ย 5.64 คะแนน หลังอบรม มีค่าเฉลี่ย 7.13 คะแนน ด้านการปฏิบัติดูแลรักษาก่อนอบรมมีค่าเฉลี่ย 5.93 คะแนน หลังอบรม มีค่าเฉลี่ย 6.98 คะแนน ด้านการแปรรูปเห็ด ก่อนอบรมมีค่าเฉลี่ย 5.33 คะแนน หลังอบรม มีค่าเฉลี่ย 7.24 คะแนน ส่วนความพึงพอใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรม พบว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจด้านบรรยากาศการฝึกอบรม อยู่ในระดับมากที่สุด เฉลี่ยเท่ากับ 4.58 รองลงมาคือด้านกระบวนการมีความพึงพอใจระดับมาก เฉลี่ยเท่ากับ 4.33 และด้านวิทยากรมีความพึงพอใจระดับมาก เฉลี่ย 4.27

คำสำคัญ

Agricultural wasteเห็ดเศรษฐกิจMushroom Economyวัสดุแหลือใช้ทางการเกษตร

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและข้าวโพดโดยใช้ไมยราบยักษ์ที่เป็นวัชพืชในท้องถิ่นเป็นอาหารเสริมเป็นวัสดุเพาะเห็ดเพื่อทดแทนการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา

ครุปกรณ์ ละเอียดอ่อน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกเสริมธัญพืช

สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2553

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบธัญพืช

ชมภู่ ยิ้มโต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2555

การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมเพื่อปลูกในดินนาฤดูแล้งเขตชลประทานภาคกลาง (ระยะที่ 2, ปีที่ 3)

ชูศักดิ์ จอมพุก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2565

การออกแบบและพัฒนาข้าวพองอัดแท่งจากข้าวนึ่งเสริมแร่ธาตุจากธรรมชาติ

สินีนาฎ มหาไม้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพข้าวก่ำ เพื่อสร้างนวัตกรรมเอกลักษณ์ข้าวก่ำไทย

ดำเนิน กาละดี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

การใช้เปลือกและซังข้าวโพดเป็นวัสดุปลูกพืชทดแทนฟางข้าว

ธวัชชัย น้อยหมอ สถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย พ.ศ. 2558

ศึกษาการเขตกรรมที่เหมาะสมร่วมกับการใช้ธาตุอาหารเสริมเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของมันเทศ

สุชาดา บุญเลิศนิรันดร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2563

การใช้ประโยชน์จากฟางข้าว: กรณีศึกษาบรรจุภัณฑ์สำหรับผลผลิตทางการเกษตร

เทวรัตน์ ตรีอำนรรค มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2558

การผลิตข้าวนึ่งจากข้าวก่ำบางพระ

เพียงขวัญ เครือภู่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2563