กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัสดุเพาะเห็ดจากฟางข้าว ข้าวโพดและไมยราบยักษ์ เพื่อทดแทนการใช้ขี้เลื่อยยางพารา พบว่า ความสามารถในการเจริญเติบโตของเส้นใยมีแนวโน้มมีค่ามากขึ้น ซึ่งกรรมวิธีที่ ขี้เลื่อยยางพารา : ฟางข้าว : ไมยราบยักษ์ อัตรา 1:1:1 จะมีการเดินของเส้นใยดีที่สุด ส่วนวัสดุเพาะจาก ข้าวโพด 100%จะมีการเดินของเส้นใยที่ค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อพิจารณาการเจริญเติบโตของเห็ด มีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่ากรรมวิธี ประกอบด้วยวัสดุเพาะจากฟางข้าว 100% จะมีจำนวนดอกมากที่สุด เฉลี่ยเท่ากับ13.66 ดอก ส่วนกรรมวิธีที่ให้ค่าเฉลี่ยจำนวนดอกต่อถุงน้อยที่สุด คือ ขี้เลื่อย ผสมไมยราบยักษ์ เท่ากับ 7.33 ส่วนความกว้างดอกมีค่าระหว่าง 6.83- 7.53 เซนติเมตร และความยาวก้านดอกของเห็ดมีค่าระหว่าง 5.83- 6.84 เซนติเมตร เมื่อพิจารณาค่าประสิทธิภาพทางชีววิทยา (Biological Efficiency : B.E.) พบว่า .ขี้เลื่อยยางพารา: ฟางข้าว ข้าวโพด : ไมยราบยักษ์ อัตรา 1:2:1:1จะให้ค่าสูงสุด 68.48% รองลงมาคือ . ขี้เลื่อยยางพารา: ฟางข้าว ข้าวโพด : ไมยราบยักษ์ อัตรา 2:1:1:1 มีค่า 68.22% ส่วนวัสดุเพาะจากขี้เลื่อยยางพารา 100% จะให้ค่าประสิทธิภาพทางชีววิทยาเท่ากับ 66.39%
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การเพาะเห็ดจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราในระดับครัวเรือน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
การสร้างอาชีพทางเลือกแก่เกษตรกรที่สามารถสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพได้
เกษตรกรมีความรู้เป็นพื้นฐาน