การพัฒนาคอมโพสิตบอร์ดจากก้อนเชื้อเห็ดที่เหลือทิ้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพาะเลี้ยงเห็ดในประเทศไทยมีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง ผู้วิจัยมุ่งหวังที่จะนำก้อนเชื้อเห็ดหลังการเก็บเกี่ยวดอกเห็ดมาใช้ประโยชน์ไม่ให้เหลือเป็นวัสดุเหลือทิ้ง (zero waste) มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คอมโพสิตบอร์ดแบบใหม่โดยไม่ต้องใช้กาวเรซินซึ่งเป็นสารพิษ และศึกษาการเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดในขี้เลื่อยแบบขยายขนาด เพื่อพัฒนาเป็นคอมโพสิตบอร์ดโดยตรง ผู้วิจัยศึกษาเห็ดป่า 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เห็ดหลินจือป่า (Ganoderma spp.) 2 สายพันธุ์ (TAFRS018 และ TAFRS036) และ เห็ดขอนป่า (Lentinus spp.) 2 สายพันธุ์ (KU063 และ KU091) โดยคัดเลือกเฉพาะขี้เลื่อยไม้ยางพาราสำหรับการเพาะเลี้ยงเส้นใยต่อไป โดยเห็ดทั้ง 4 ชนิด เจริญได้ดีที่ระดับความชื้นของวัสดุที่ 46% โดยเห็ดหลินจือป่าเจริญได้ดีที่อุณหภูมิห้อง ขณะที่เห็ดขอนป่าเจริญได้ดีที่ 35 องศาเซลเซียส เมื่อบ่มในสภาวะที่ความชื้นสูง (90%) และสภาวะมีแสงปกติ (กลางวัน/กลางคืน) จากการศึกษาพบว่า ก้อนเชื้อเห็ดที่เก็บดอกแล้วของเห็ดขอนป่ามีศักยภาพในการใช้เป็นหัวเชื้อตั้งต้นสำหรับการเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดต่อได้ ก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้วัสดุเพาะที่ผสมระหว่างขี้เลื่อยไม้ทุเรียน ขี้เลื่อยไม้สัก ขี้เลื่อยไม้สน ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัส และขี้เลื่อยไม้ยางพาราในสัดส่วนต่างๆ เมื่อศึกษาลักษณะเส้นใยเห็ดทั้ง 4 สายพันธุ์พบว่าผลการศึกษาด้วยวิธี FTIR ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของหมู่ฟังก์ชัน (functional groups) ที่องค์ประกอบของเส้นใยของเห็ด รวมถึงเส้นใยที่เก็บจากก้อนเชื้อเห็ดระยะก่อนและหลังการเก็บดอกนั้นก็ไม่แตกต่างกัน โดยเมื่อใช้ก้อนเชื้อเห็ดหลังการเก็บเกี่ยวดอกเห็ดในการทำแผ่นคอมโพสิตบอร์ดพบว่าสภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการอัดร้อนอยู่ที่ 200 องศาเซลเซียส คุณสมบัติที่ศึกษา ได้แก่ ความหนาแน่นและปริมาณความชื้น การพองตัวตามความหนา ความต้านแรงดัด และมอดุลัสยืดหยุ่น แต่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มอก.876 -2547 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแผ่นคอมโพสิตที่ได้ ไม่สามารถนำมาทำแผ่นคอมโพสิตประเภท Particleboard ได้ แต่จากผลการทดลองที่ได้มีแนวโน้มแสดงให้เห็นว่าแผ่นคอมโพสิตที่ได้อาจนำมาทำแผ่นคอมโพสิตประเภทแผ่นฉนวนได้ แต่ต้องมีการทดสอบในด้านการเป็นฉนวนเพิ่มขึ้น