การพัฒนารูปแบบพันธมิตรทางการตลาดอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหากูเกิ้ล สำหรับธุรกิจสมุนไพรและเครื่องสำอางกลุ่มโอทอป วิสาหกิจชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบพันธมิตรทางการตลาดอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อ การจัดอันดับของเครื่องมือค้นหากูเกิ้ล ส าหรับธุรกิจสมุนไพรและเครื่องส าอาง ของกลุ่มโอทอป วิสาหกิจชุมชน และ เพื่อประเมินผลจัดอันดับของเครื่องมือค้นหากูเกิ้ลส าหรับธุรกิจสมุนไพรและ เครื่องส าอางของกลุ่มโอทอปวิสาหกิจชุมชน เครื่องมือที่ใช้คือ 1) รูปแบบพันธมิตรทางการตลาด โดย พัฒนาเว็บไซต์พเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสามารถ แสดงรายการสินค้า ท าการสั่งซื้อสินค้า เปรียบเทียบสินค้า รูปแบบการช าเงิน และข้อมูลเกี่ยวกับผู้ซื้อสินค้า ผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลผ่าน เครื่องมือค้นหา แล้วสามารถเปิดร้านค้าได้หลาก เว็บไซต์ขายสินค้าให้กับชุมชนกลุ่มแม่บ้านธุรกิจ สมุนไพรและเครื่องส าอาง เพื่อใช้ในการขายสินค้า OTOP และประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ผ่านทาง Social เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ว่าจะด้านอารมณ์หรือเหตุผล และเกิดแรงจูงใจท าให้เกิดการตัดสินใจซื้อ สินค้าวิสาหกิจชุมชน 2) เพื่อศึกษาการซื้อและแรงจูงใจใน การซื้อสินค้าออนไลน์ 3) เพื่อวัดประสิทธิภาพของปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อและแรงจูงใจในการซื้อสินค้า ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือบุคคลทั่วไปที่ใช้ จ านวน 400 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่ม ตัวอย่างแบบไม่ทราบจ านวนประชากร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือแบบอสบถามออนไลน์ และ google analytics โปรแกรมที่ใช้ในการค านวณทางสถิติ คือ SmartPLS แล้วน ามาวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21-30 ปี สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพนักเรียน/นักศึกษา รายได้ 5,000-10,000 บาท สนใจเว็บไซต์ขายสินค้า นิยมใช้ Facebook ในการเข้าเว็บไซต์ ความพึงพอใจในด้านการ ประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อดิจิทัลของเว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก ความพึงพอใจในด้านการ ส่งเสริมการขายด้วยสื่อดิจิทัลของเว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก ความพึงพอใจในด้าน การตลาดทางตรงด้วยสื่อดิจิทัลของเว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก ความพึงพอใจในด้านการ ติดต่อสื่อสารด้วยสื่อดิจิทัลของเว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก ความพึงพอใจในแรงจูงใจใน การซื้อของเว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก และความพึงพอใจในด้านการตัดสินใจซื้อของ เว็บไซต์พบว่ามีความพึงพอในระดับมาก ผลการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ก พบว่า จ านวน หน้าที่มีการเปิดมีจ านวนถึง 4,854 และมีอัตราตีกลับ 40.94% ส่งผลว่าเว็บไซต์นี้มีผู้ใช้ที่เข้ามาความ สนใจในเนื้อหาของเว็บไซต์ คีย์เวิร์ดของเว็บไซต์ติดอันดับ หน้า 1-4 ของ Google จึงสามารถสรุปได้ ว่ารูปแบบพันธมิตรทางการตลาดอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหากูเกิ้ล ส าหรับ ธุรกิจสมุนไพรและเครื่องส าอางของกลุ่มโอทอปวิสาหกิจชุมชน มีประสิทธิภาพดีมาก และ สามารถน าไปใช้งานได้จริง