แนวทางการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทเครื่องสำอางสมุนไพร: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทเครื่องสาอางสมุนไพร ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึกด้านนโยบายในด้านปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทเครื่องสาอางสมุนไพร โดยผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยในลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ซึ่งมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาข้อมูลเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยในส่วนการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทเครื่องสาอางสมุนไพร พบว่า ประเด็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทเครื่องสาอางสมุนไพรเพื่อพัฒนาสู่ตลาดสากล ผู้ประกอบการยังขาดการสร้างการผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นชุมชนอย่างมีเอกลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ และยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งพบถึงปัญหาต่างๆ ได้แก่ การขาดองค์ความรู้ของสูตรและส่วนประกอบที่เหมาะสม การขาดกระบวนการควบคุมคุณภาพการผลิตที่เหมาะสม และการขาดช่องทางจัดจาหน่ายและการทาการตลาด รวมทั้งผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทเครื่องสาอางสมุนไพร ส่วนใหญ่ยังละเลยการสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ อันเป็นส่วนของรายละเอียดที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ขณะที่การเพิ่มศักยภาพในการพึ่งพาตนเองและคิดอย่างสร้างสรรค์ พบปัญหาและอุปสรรคของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในชุมชนเพื่อผลิตสินค้าเกี่ยวกับความขาดแคลนวัตถุดิบและทรัพยากรในท้องถิ่นเมื่อมีการผลิตที่มากขึ้น ส่งผลให้การผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ไม่สม่าเสมอ ทางด้านการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นความสาคัญของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ แต่ก็ตระหนักถึงต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่อาจสูงขึ้น ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางสมุนไพรพบปัญหาและอุปสรรคที่สาคัญคือการขาดการวิจัยและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการวิจัยที่ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระยะสั้นๆ หรือเฉพาะผลิตภัณฑ์เท่านั้น ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พบปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาดูงานเพื่อนามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ปัญหาการศึกษาดูงานที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของกิจการ OTOP ตลอดจนยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับต่อกิจการและตัวผู้ประกอบการ ทางด้านการสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ OTOP สาอางสมุนไพร ปัญหาสาคัญคือการสร้างเครือข่ายที่ยังขาดความต่อเนื่อง และในเรื่องการสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อสานต่อ พบว่ายังมีปัญหาที่ขาดคนรุ่นใหม่มาสืบต่อกิจการและการที่องค์ความรู้และภูมิปัญญามักไม่สานต่อมายังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากนัก ในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน พบปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนด้านช่อง ทางการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการยังคงขาดความรู้ความเข้าในด้านการตลาดและการจัดการภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ และปัญหาอันเนื่องมาจากการขาดแหล่งเงินทุนสนับสนุนการทากิจการ ขณะที่บทบาทของภาคเอกชนยังมีอยู่ไม่มากนัก การถ่ายองค์ความรู้จากภาคเอกชนส่วนใหญ่มิได้เป็นการสนับสนุนด้านวิจัยและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นในลักษณะของการสนับสนุนช่องทางการตลาด ซึ่งมีข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาวิจัย ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 สนับสนุนการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ OTOP กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารประเภทเครื่องสาอาง เพื่อให้ผู้ประกอบการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ แตกต่าง และจัดทาฐานข้อมูลของวัตถุดิบและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชุมชน โดยการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการเก็บรักษาและถ่ายทอดภูมิปัญญาอย่างหลากหลาย กลยุทธ์ที่ 2 ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องแสวงหาความร่วมมือในวิจัยพัฒนาส่วนผสมและสูตรการผลิตเครื่องสาอางสมุนไพรที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์เพื่อให้การผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร OTOP เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งพัฒนากระบวนการควบคุมคุณภาพการผลิตที่เหมาะสม โดยเน้นให้เข้าถึงมาตรฐานระดับชาติและต่อยอดสู่มาตรฐานระดับสากล โดยที่ผู้ประกอบการและภาครัฐต้องร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงการเข้าถึงมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ที่ 3 จัดทาแนวทางที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการฝึกอบรม หรือ Work Shop ในการเพิ่มมูลค่าจากเรื่องราวความเป็นมาของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ที่ 4 การจัดทาฐานข้อมูลออนไลน์ของชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการระหว่างผู้ปลูกสมุนไพรและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางสมุนไพร เพื่อการเข้าถึงข้อมูลและใช้ประโยชน์ในการวางแผนทางการผลิตและการตลาด กลยุทธ์ที่ 5 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จะต้องสอดคล้องกับความนิยมของตลาดผลิตภัณฑ์และประโยชน์การใช้สอย ภาครัฐควรต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการในการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีแต่ไม่เพิ่มภาระต้นทุนมากจนเกินไป กลยุทธ์ที่ 6 ในประเด็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แผนระยะสั้นภาครัฐจะต้องทาหน้าที่ประสานงานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรเพื่อแนะนาหรือเชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการได้นาผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ เข้าไปทดสอบ ทดลอง วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะที่แผนระยะยาวภาครัฐควรต้องจัดตั้งศูนย์การวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ OTOP โดยตรง อาทิศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เครื่องสาอางสมุนไพรไทย เป็นต้น เพื่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP อย่างรอบด้าน กลยุทธ์ที่ 7 การศึกษาดูงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในเบื้องต้นผู้ประกอบการต้องร่วมกันวิเคราะห์ถึงลักษณะ รูปแบบ ตลอดจนขนาดของกิจการ OTOP แล้วจึงพิจารณาถึงตัวแบบที่เหมาะสมที่ผู้ประกอบการควรไปดูงานเพื่อนามาพัฒนากิจการนั้นๆ แล้วจึงนาสิ่งที่ได้มาพัฒนากิจการของผู้ประกอบการ กลยุทธ์ที่ 8 ภาครัฐควรสนับสนุนในการสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์เครื่องสาอางสมุนไพร OTOP ด้วยการชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้จากการมีเครือข่าย ตลอดจนให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในการดาเนินการเพื่อพัฒนาเครือข่าย กลยุทธ์ที่ 9 พัฒนาโครงการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ OTOP สมุนไพร เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นถึงทรัพย์ในเชิงภูมิปัญญาและทรัพยากรที่มีอยู่ภายในชุมชน ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต รวมทั้งพัฒนาโรงเรียน OTOP เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ กลยุทธ์ที่ 10 สนับสนุนด้านช่องทางการขายสินค้าภายใต้ระบบสหกรณ์เพื่อเพิ่มอานาจการต่อรองให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ นอกจากนั้นภาครัฐควรขยายช่องทางทางการขายผ่านระบบออนไลน์ต่อยอดเพิ่มเติม ทั้งตลาดในประเทศและช่องทางการขายออนไลน์ในต่างประเทศ กลยุทธ์ที่ 11 ภาครัฐควรผลักดันให้เกิดศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP สมุนไพรเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ กลยุทธ์ที่ 12 การพัฒนากิจการอย่างยั่งยืน โดยมีการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นสาหรับกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสาอางสมุนไพรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องเป็นหลักสูตรที่มีความน่าสนใจสาหรับผู้ประกอบการและตอบสนองต่อการนามาใช้ได้จริง นอกจากนั้นภาครัฐควรผลักดันโครงการโรงเรียน OTOP ให้เป็นศูนย์กลางของการฝึกอบรมในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ที่ 13 ผลักผู้ประกอบกับภาคเอกชนให้มีลักษณะเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงสนับสนุนการจับคู่ภาคเอกชน เช่น บริษัทต่างๆ ให้มีบทบาทเข้ามาสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างให้เกิดระบบพี่เลี้ยงจากภาคเอกชนในการช่วยดูแลและสนับสนุนการดาเนินธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่