“กลยุทธ์การตลาดเชิงสร้างสรรค์ในสินค้าภูมิปัญญาไทยของผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมต่อการท่องเที่ยวด้านการช้อปปิ้งเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในเขตกรุงเทพมหานคร”
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งถูกจัดอยู่ในตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะทำการซื้อสินค้ากลุ่มภูมิปัญญาไทย ซึ่งมักเป็นกลุ่มผู้ผลิตที่จำนวนกว่าร้อยละ 90 ของการประกอบกิจการทั้งหมดของประเทศ ในที่นี้จะจัดแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าและบริการ จากกลุ่มอุตสาหกรรมยา สมุนไพรไทยและกลุ่มธุรกิจบริการหลัก 4 กลุ่มคือ ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทย ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การศึกษาแนวการส่งเสริมการตลาดในงานวิจัยนี้มุ่งศึกษาอนาคตภาพโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งต่อสินค้าภูมิปัญญาไทย ทั้งกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ แพทย์แผนไทยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสุขภาพตามยุทธศาสตร์ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ 2) เพื่อศึกษารูปแบบปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งสินค้าภูมิปัญญาไทย ทั้งกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ แพทย์แผนไทยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสุขภาพตามยุทธศาสตร์ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ 3) เพื่อสังเคราะห์ให้ได้รูปแบบปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งสินค้าภูมิปัญญาไทย ทั้งกลุ่มสินค้าและกลุ่มธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ธุรกิจบริการส่งเสริมสุขภาพ แพทย์แผนไทยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสุขภาพตามยุทธศาสตร์ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ การเก็บข้อมูลเป็นการใช้เทคนิคเดลฟายและวิธี EDFR ( Ethnographic Delphi Futures Research ) และการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณซึ่งจะวิเคราะห์ผลตามสถิติ ผลการศึกษาจากการมองภาพอนาคตเพื่อประมวลหากลยุทธ์การตลาดเพื่อบริษัทที่ปรึกษาการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งต่อสินค้าภูมิปัญญาไทย ในเขตกรุงเทพมหานครพบว่า ปัจจัยผลัก ปัจจัยดึงให้นักท่องเที่ยวที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคือ มีบริการที่ประทับใจ ราคาที่สมเหตุผล รูปแบบปัจจัยผลัก ปัจจัยดึงที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคือควรมีการพัฒนาการให้บริการที่ครบวงจรด้วยการประชาสัมพันธ์ และประยุกต์ศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่านี้ นำรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านรักษาพยาบาลมาเข้ามาร่วมกับการให้บริการทางสุขภาพด้านความงาม ข้อจำกัดในการควบคุมดูแล มาตรฐานและจรรยาบรรณของสถานประกอบการอย่างทั่วถึง การสูญเสียนักบำบัดและผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญไปยังต่างประเทศ และการพัฒนานักบำบัดและผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานยังไม่เพียงพอ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ในการใช้บริการสุขภาพความงามมากขึ้น ทำให้เกิด ความคาดหวังสูงในด้านของบริการคุณภาพ และการได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ มีการให้บริการแนะนำให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการสุขภาพความงามมีจุดขายที่ชัดเจน