คุณสมบัติการเป็นสารพรีไบโอติกจากพุทธรักษากินหัว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารจากเหง้าพุทธรักษากินหัว คือการสกัดด้วยน้ำในอัตราส่วน 1 : 30 (น้ำหนักแห้ง : น้ำ) (กรัม/มิลิลิตร) ที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที มีปริมาณสารพรีไบโอติก อย่างหยาบเท่ากับ 1,250 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร จากการศึกษาผลของการเติมสารสกัดพุทธรักษากินหัวลงในอาหาร MRS broth 2 % ต่อการเจริญของเชื้อ Lactobacillus casei subsp. rhamnosus และ Lactobacillus acidophilus ในอุณหภูมิห้อง พบว่าการเจริญของเชื้อ L. casei subsp. rhamnosus และ L. acidophilus สามารถเจริญเข้าสู่ระยะ stationary phase หลังการหมักเป็นเวลา 18 ชั่วโมงโดยมีจำนวเชื้อสูงที่สุดเท่ากับ 10.6 log cfu/ml และ 9.8 log cfu/ml ตามลำดับ ซึ่งเจริญได้ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) นอกจากนี้การเจริญของเชื้อ L. casei subsp. rhamnosus และ L. acidophilus ในผลิตภัณฑ์นมหมักที่ทำการเติมและไม่เติมสารสกัด จากพุทธรักษากินหัวแสดงให้เห็นถึงนมหมักที่ทำการเติมจากพุทธรักษากินหัวสามารถกระตุ้นการเจริญของเชื้อ L. casei subsp. rhamnosus และ L. acidophilus สูงที่สุดเท่ากับ 11.1 log cfu/ml และ 10.2 log cfu/ml ตามลำดับ (p<0.05) การรอดชีวิตของเชื้อ L. casei subsp. rhamnosus และ L. acidophilus ในนมหมักที่มีการเติมสารสกัดจากพุทธรักษากินหัวในสภาวะเก็บรักษาที่อุณหภูมิตู้เย็น พบว่านมหมักที่ทำการเติมจากพุทธรักษากินหัวทำให้การรอดชีวิตของเชื้อแบคทีเรียโพรไบโอติกสูงกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เท่ากับ 96.4 เปอร์เซนต์ และ 94.8 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ ดังนั้นสารสกัดจากพุทธรักษากินหัวสามารถนำไปใช้เป็นแหล่งของสารพรีไบโอติกที่มีศักยภาพได้