Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ผลิตภัณฑ์ข้าวไทยเสริมโปรไบโอติค

เรณู อยู่เจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบคุณสมบัติของแบคทีเรียโปรไบโอติค Lactobacillus plantarum และL. amylovorus TISTR 1110 นำไปประยุกต์ในการทำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มข้าว ในการตรวจสอบความสามารถในการใช้คาร์โบไฮเดรตในเมล็ดข้าว 12 สายพันธุ์ พบว่า แบคทีเรีย Lactobacillus plantarum TISTR 951 และL. amylovorus TISTR 1110 สามารถใช้คาร์โบไฮเดรตจากข้าวพื้นเมืองได้ 11 สายพันธุ์ได้แก่ ข้าวขาวอากาศ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวขาวเจ็ก ข้าวหอมใบเตย ข้าวเหลืองปะทิว ข้าวอีเตี้ย ข้าวเล็บนก ข้าวตาแห้ง ข้าวสังข์หยด ข้าวแพรแดง และ ข้าวอุบล เมื่อทดสอบความสามารถในการยับยั้งเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร 10 ชนิด คือ Aeromonas hydrophila, Bacillus cereus, Escherichia coli, Proteus vulgaris, Pseudomonas aeruginosa, Salmonella typhimurium, Serratia marcescens, Staphylococcus aureus, Vibrio cholerae และ Vibrio parahaemolyticus โดยวิธี agar well diffusion พบว่า L. plantarum TISTR 951 และL. amylovorus TISTR 1110 สามารถยับยั้งเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารได้ทุกชนิด จากการทดสอบการเจริญของ L. plantarum TISTR 951 ที่เวลาต่างๆ พบว่า มีอัตราการเจริญสูงสุดและคงที่ในชั่วโมงที่ 18 ซึ่งมีจำนวน 10.89 log CFU/mL และมีจำนวนลดลงในชั่วโมงที่ 39 เมื่อนำข้าวเหลืองปะทิวและแพรแดงไปพัฒนาเป็นคาริเออร์สำหรับแบคทีเรียโปรไบโอติค L. plantarum TISTR 951 พบว่า ในเครื่องดื่มที่ใช้ข้าวเหลืองปะทิวชนิดน้ำนมข้าวมีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด โดยมีอัตราการรอดชีวิตร้อยละ 93.51 รองลงมาคือ เครื่องดื่มไข่มุกจากข้าวมีอัตราการอยู่รอดร้อยละ 90.98 และเครื่องดื่มไข่มุกจากข้าวผสมวุ้นมีอัตราการอยู่รอดร้อยละ 83.92 สำหรับเครื่องดื่มที่ใช้ข้าวแพรแดงชนิดเครื่องดื่มไข่มุกจากข้าวผสมวุ้นมีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด โดยมีอัตราการรอดชีวิตร้อยละ 98.99 รองลงมาคือ เครื่องดื่มไข่มุกจากข้าวมีอัตราการอยู่รอดร้อยละ 92.75 และน้ำนมข้าวมีอัตราการอยู่รอดร้อยละ 91.63 ในการตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านจุลชีววิทยาในผลิตภัณฑ์ข้าวผสมโปรไบโอติคภายหลังการเก็บรักษาในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 เดือน ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ E. coli แต่พบการปนเปื้อนของแบคทีเรียที่ใช้อากาศประมาณ 103 CFU/mL และพบยีสต์และราประมาณ 104 CFU/mL จากการศึกษานี้สามารถนำไปปรับปรุง พัฒนา และนำไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์เกิดผลิตภัณฑ์โปรไบโอติคใหม่ๆในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อให้มนุษย์มีสุขภาพที่ดีต่อไป

คำสำคัญ

Probioticdietary supplementThai riceข้าวไทยCarrierคาริเออร์โปรไบโอติคผลิตภัณฑ์อาหาารเสริม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศักยภาพของข้าวหมากในการเป็นแหล่งของแบคทีเรียโปรไบโอติค

เจริญ เจริญชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2558

การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตน้ำนมข้าวโพดด้วยโปรไบโอติกแลคติกแอสิดแบคทีเรีย

สุรัตน์ วังพิกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2558

ผลของการใช้วิธีสุญญากาศต่อการรอดชีวิตของแบคทีเรียโปรไบโอติกในผลไม้กึ่งแห้ง

ธีรพร กงบังเกิด มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวโพดจากจุลินทรีย์

เจนจิรา เดชรักษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. 2553

การรอดชีวิตของแบคทีเรียโปรไบโอติกที่ถูกตรึงในผลไม้แท่งเปลี่ยนรูป

ธีรพร กงบังเกิด มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้แบคทเี รียโปรไบโอตกิ Lactobacillus plantarum ในแหนมไก่

อัจฉรา เพิ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พ.ศ. 2561

การผลิตโยเกิร์ตถั่วเหลืองคุณภาพจากโพรไบโอติกที่คัดเลือก

วรรณภา ทาบโลกา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2560

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยโดยใช้แบคทีเรียโปรไบโอติค Lactobacillus plantarum

สโรชา กายเพชร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ฤทธิ์ของสารสกัดจากพืชท้องถิ่นในสวนปรุในจังหวัดนครราชสีมาต่อการเจริญของโปรไบโอติกและเชื้อก่อโรค

มณฑล วิสุทธิ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2560

การแยกและศึกษาสมบัติโพรไบโอติกของเชื้อ Lactobacillus spp. จากอาหารหมักดอง และการเตรียมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ณัฐกาญจน์ แดงมณี มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2557