การคัดแยกเชื้อก่อโรคและศักยภาพของการใช้โปรไบโอติกแบคทีเรียที่ได้จากกุ้งก้ามกรามในบ่อเลี้ยงจังหวัดกาฬสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อระบุชนิดของแบคทีเรียก่อโรคที่คัดแยกได้ในกุ้งก้ามกราม 2) เพื่อศึกษาคุณสมบัติเบื้องต้นและคัดเลือกเชื้อแบคทีเรียที่มีความสามารถนำไปพัฒนาเป็นโปรไบโอติก 3) เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรไบโอติกแบคทีเรียต่อการเจริญเติบโตและการรอดชีวิตของกุ้งก้ามกราม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ กุ้งก้ามกรามจากฟาร์มของเกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือ Ducan’s multiple range test ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ผลการวิจัยมีดังนี้ คือ การคัดแยกเชื้อก่อโรคจากทางเดินอาหารกุ้งก้ามกรามป่วยโดยใช้อาหารคัดเลือก Thiosulfate Citrate Bile Salt Sucrose (TCBS) Agar พบว่า สามารถคัดแยกเชื้อก่อโรคได้ทั้งหมด 89 ไอโซเลต จัดจำแนกเป็น 7 สกุล ได้แก่ Aeromonas, Chromobacterium, Citrobacter, Providencia, Pseudomonas, Stenotrophomonas และ Vibrio ผลการศึกษาคุณสมบัติเบื้องต้นของโปรไบโอติกแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ความสามารถในการทนต่ออุณหภูมิสูง การทนกรด ทนเกลือน้ำดี การสร้างเอนโดสปอร์ กิจกรรมยับยั้งเชื้อก่อโรค Aeromonas hydrophila KSGV26 และ Pseudomonas aeruginosa KSGV52 ด้วยวิธี paper disc diffusion เพื่อคัดเลือกโปรไบโอติกแบคทีเรียกลุ่ม Bacillus ที่มีศักยภาพ และผลการศึกษาโปรไบโอติกแบคทีเรียในการใช้ผสมกับอาหารสำเร็จรูปเพื่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่า การใช้โปรไบโอติกแบคทีเรียในกุ้งก้ามกรามชุดทดลองมีผลทำให้น้ำหนักและความยาวเพิ่มขึ้น ปริมาณเชื้อก่อโรคลดลง และการรอดชีวิตสูงกว่าเมื่อเทียบกับชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ