อนาคตภาพการจัดสวัสดิการสำหรับครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยในชุมชนเมือง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาอนาคตภาพการจัดสวัสดิการสำหรับครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยในชุมชนเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การครอบครองหรือการมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยของประชากรในเขตปริมณฑลและการจัดสวัสดิการสังคมด้านที่อยู่อาศัยของประเทศไทยในปัจจุบัน และศึกษาความต้องการของครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย รวมทั้งเพื่อเสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสำหรับครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองที่ในอนาคต กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองในจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 389 ครัวเรือนและผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัย จำนวน 7 คน สำหรับวิธีการศึกษาใช้การวิจัยแบบเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยต่อการจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยในชุมชนเมือง และการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ ซึ่งมีการวิจัยจากเอกสารและเทคนิคการวิจัยแบบ EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) ผลการศึกษาสถานการณ์การครอบครองหรือการมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยของประชากรในเขตปริมณฑล พบว่า จำนวนครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานีมากที่สุด จำนวน 5,898 ครัวเรือน รองลงมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 4,714 ครัวเรือน และจังหวัดนนทบุรี จำนวน 3,569 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 14,181 ครัวเรือน ในส่วนความต้องการรูปแบบที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยวมากที่สุด ส่วนวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย ราคาที่อยู่อาศัย 0.5 – 1 ล้านบาท ขนาดเนื้อที่ใช้สอย 25 – 66 ตร.ม.ขึ้นไป ความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้รัฐบาลช่วยสมทบมากที่สุด ความต้องการกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ต้องการทั้งกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินและกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย และต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการเดินทางสะดวก ในส่วนความต้องการด้านสวัสดิการต้องการให้ภาครัฐให้ความรู้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยแก่ประชาชน สำหรับแนวทางการจัดสวัสดิการสำหรับครัวเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองมี 2 แนวทาง ได้แก่ 1.แนวทางการจัดสวัสดิการช่วง 5 ปี (พ.ศ.2560 - 2564) ประกอบด้วย รูปแบบที่อยู่อาศัยควรเป็นไปตามมาตรฐานที่อยู่อาศัย ผ่านการวิเคราะห์ EIA โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ด้านราคาที่อยู่อาศัยต้องมีความสัมพันธ์กับจำนวนสมาชิกในครัวเรือน โดยกลุ่มตัวอย่างต้องการที่อยู่อาศัยราคา 0.5 – 1 ล้านบาท วางตำแหน่งใกล้กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ สะดวก และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ระยะเวลาผ่อนที่อยู่อาศัย 25 ปี ? ถึง 65 ปี ด้านกฎหมายที่อยู่อาศัยควรกำหนดเงื่อนไข คือ รูปแบบบ้านเดี่ยว หรืออื่นๆ ควรจัดสวัสดิการสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบพักชำระหนี้ 1 ปี ในกรณีที่กลุ่มเป้าหมายต้องการเฉพาะกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย กรณีที่ 2 ต้องการกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินและกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ควรจัดสวัสดิการสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันได และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน 2.แนวทางการจัดสวัสดิการระยะยาว (พ.ศ.2565 - 2579) ได้แก่ การส่งเสริมความรู้กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ที่ดิน สินเชื่อ กฎหมายที่อยู่อาศัยและช่องทางการช่วยเหลือ, ผลักดันให้อปท.เป็นหน่วยงานหลักในการจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยชุมชน กระทรวงพม.เป็นที่ปรึกษาและตรวจสอบมาตรฐาน, สนับสนุนวินัยการออมเงินเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง (สหกรณ์ออมก่อนกู้/รวมกลุ่มซื้อที่ดิน), สร้างแรงจูงใจให้สิทธิ์ครอบครองที่ดินตามเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด เช่น นิคมสร้างตนเอง, สร้างระบบข้อมูล Demand – Supply, จัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยที่ทันต่อเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตาม Generation, ยึดหลักการสากล Universal Complex และตามบริบทสังคม อีกทั้งกำหนดเป้าหมายในระยะเวลาอีก 15 ปีข้างหน้าไม่มีการกำหนดให้หน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลัก อาจมีแค่ผู้ประสานงานหลักโดยเชื่อมผ่าน IT