การศึกษาและพัฒนานโยบาย เครื่องมือ และต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ
บทคัดย่อ
การศึกษาและพัฒนานโยบาย เครื่องมือ และต้นแบบที่อยู่อาศัย สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อคาดประมาณจำนวนและประเภทของผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพในประเทศไทยจนถึง ปี 2569 รวมถึงเสนอแนะนโยบาย กลไก เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและสนับสนุนการจัดทำ Accessible Housing ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับประเทศไทย และศึกษามาตรฐานการออกแบบและพัฒนาต้นแบบ Accessible Housing ครอบคลุมรูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือการวิจัยเชิงเอกสาร แบบสอบถาม การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม โดยแบบสอบถามที่ได้สร้างมาจากผลการระดมความคิดของคณาจารย์ ทุกประเด็นคำถามจะยึดตามกรอบวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นหลัก โดยทางคณะผู้ศึกษาโครงการได้เก็บข้อมูลรวม 219 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 199 คน และคนพิการ 20 คน กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 219 คน พบว่าลักษณะที่อยู่อาศัยของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คือบ้านเดี่ยวมากที่สุด (ร้อยละ 79.1) โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องการย้ายออกจากที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน คิดเป็นร้อยละ 77.5 และเมื่อวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการย้ายออกจากที่อยู่อาศัยปัจจุบัน พบว่าในด้านลักษณะที่อยู่อาศัยที่ต้องการในอนาคต กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความต้องการซื้อเป็นกรรมสิทธิ์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 84.2 โดยต้องการซื้อบ้านเดี่ยวมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 81.3 ผลการศึกษาด้านนโยบายที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ โดยคัดเลือกเฉพาะข้อมูลของผู้ที่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัย พบว่าในส่วนของนโยบายด้านสวัสดิการให้ฟรี กลุ่มที่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัย ให้ความสนใจและคิดว่านโยบายสร้างชุมชนใหม่โดยมีสถานพยาบาล สิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการภายในชุมชนครบวงจรมากที่สุด (ร้อยละ 68.42) รองลงมาคือนโยบาย ให้รัฐสร้างที่อยู่อาศัยทั้งแบบเช่า/ซื้อที่มีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต (ร้อยละ 57.89) และในส่วนของนโยบายด้านการส่งเสริม (ช่วยเหลือบางส่วน) พบว่ากลุ่มที่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัย ให้ความสนใจและคิดว่านโยบาย ลดหย่อนภาษีให้กับครอบครัวที่มีคนพิการ/ผู้สูงอายุอาศัยร่วมมากที่สุด (ร้อยละ 63.16) รองลงมาคือนโยบายให้รัฐส่งเสริมการลดหย่อนค่าเช่าที่อยู่อาศัย (ร้อยละ 57.89) การคาดประมาณจำนวนของผู้สูงอายุและจำนวนและประเภทของผู้ทุพพลภาพ ในประเทศไทย (ปี พ.ศ. 2554-2569) โดยข้อมูลพื้นฐานของจำนวนผู้สูงอายุได้มาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งพบว่าจำนวนผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2569 คาดว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้น 15,514,000 คน คิดเป็นร้อยละ 21.96 ของประชากรทั้งประเทศ สำหรับข้อมูลพื้นฐานของจำนวนผู้พิการได้มาจากโครงการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และจากระบบการจดทะเบียนของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งผลการคาดประมาณจำนวนและประเภทของผู้ทุพพลภาพ พบว่าในปี พ.ศ. 2569 คาดว่าจะมี จำนวนผู้พิการทั้งสิ้น 2,197,400 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้พิการที่สูงอายุทั้งสิ้น 1,573,125 คน คิดเป็นร้อยละ 71.59 ของจำนวนผู้พิการทั้งหมด ทางคณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อที่อยู่อาศัย สำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพว่า ด้านการเงิน ควรมีมาตรการในการลดหย่อนภาษีให้แก่คนในครอบครัวที่ซื้อหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ รวมถึงนโยบายให้เงินปรับปรุงชุมชนให้มีความเหมาะสม และนโยบายให้เงินปรับปรุงบ้าน เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพพักอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวและชุมชนเดิมได้อย่างมีปกติ ด้านการจัดสร้าง ได้แก่นโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสร้างที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ โดยให้รัฐมีบทบาทในการกำกับดูแลคุณภาพและราคาของที่อยู่อาศัย และนโยบาย จัดสร้างที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ให้ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพเช่า/ซื้อ เนื่องจากเป็นภาระกิจหลักของรัฐที่ควรได้รับการสนับสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง การเคหะแห่งชาติ มีภาระกิจหลักในการจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นนโยบายส่วนของการจัดสร้างที่อยู่อาศัยเช่า/ซื้อ ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพจึงสามารถพัฒนาควบคู่กันไปได้ โดยเริ่มจากการแบ่งสัดส่วนของโครงการ เช่น เริ่มที่ 10% ของยูนิตในโครงการที่จัดให้ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่รอบโครงการให้ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในชุมชนได้โดยปกติสุข ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำโครงการจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ โดยการเคหะแห่งชาติทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน นโยบายด้านการให้สินเชื่อพิเศษสำหรับครัวเรือนผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ ควรส่งเสริมให้รูปแบบของสินเชื่อพิเศษเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ นอกจากหน่วยงานที่ดูแลด้านที่อยู่อาศัยโดยตรงแล้ว ยังมีหน่วยงานที่สามารถที่จะส่งเสริมด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ นั้นคือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นมากขึ้น ในการที่จะปกครองดูแลบริหารจัดการต่างๆ โดยส่วนกลางเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายและให้งบประมาณในพัฒนา ดังนั้นนโยบายในการส่งเสริมการปรับปรุงชุมชนและที่อยู่อาศัย จึงสมควรที่จะมีความร่วมมือทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นทิศทางการพัฒนาตรงกลุ่มเป้าหมายมีความชัดเจนและยั่งยืน