การเสริมสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการทางการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างด้าว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ในชีวิตประจาวันเราทุกคนมีโอกาส พบกับเขาและเธอเหล่านั้นเสมอ นอกจากผู้ใหญ่แล้วเด็กที่เป็นบุตรหลานของแรงงานต่างด้าวก็มีจานวนไม่น้อย เด็กเหล่านี้มีทั้งที่ติดตามผู้ปกครองเข้ามาตั้งแต่ต้นและที่เกิดในประเทศไทย เนื่องจากเล็งเห็นว่าเด็กเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 อนุญาตให้เด็กต่างด้าวเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากนโยบายนี้ ประเด็นที่ตามมาคือ โรงเรียนควรจะจัดการศึกษาอย่างไรสาหรับผู้เรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเช่นนี้ แน่นอนว่าโรงเรียนในฐานะกลไกหนึ่งของรัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองที่ดีโดยการปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยมและจิตสานึกร่วมกัน อย่างไรก็ตาม บทเรียนในอดีตชี้ให้เห็นแล้วว่าการศึกษาที่มุ่งหลอมรวมทางวัฒนธรรมก่อให้เกิดผลเสียอย่างไร การศึกษาที่เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่นักการศึกษาสนับสนุน งานวิจัยนี้มุ่งหาแนวทางที่เหมาะสมในการเสริมสร้างค่านิยมการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการทางการศึกษาให้แก่นักเรียนไทยและนักเรียนที่เป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ผลการวิจัยระบุว่าโรงเรียนส่วนใหญ่จัดการศึกษาแบบ “กลมกลืน” คือทาให้นักเรียนข้ามชาติกลืนไปกับนักเรียนชาวไทย ข้อเสนอแนะที่ได้จากงานวิจัยนี้คือ โรงเรียนควรใช้โอกาสที่นักเรียนข้ามชาติและนักเรียนไทยเรียนร่วมกันในโรงเรียนจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกันมากกว่าที่จะให้นักเรียนข้ามชาติเรียนรู้วัฒนธรรมไทยอย่างเดียว