กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยด้าน ค่านิยมในประเทศไทย อันนำไปสู่การจัดทำแผนด้านการวิจัยเกี่ยวกับค่านิยมในประเทศไทย โดยเป็น การศึกษาเชิงบูรณาการ ทั้งนี้มีกรอบแนวคิด คือ ความรู้ชัดแจ้งหรือความรู้ที่เป็นวิทยาการ ซึ่งเป็นการ ใช้ความรู้ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เก็บรวบรวมไว้ในหนังสือ งานวิจัยและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับค่านิยมไทย จากแหล่งข้อมูลในประเทศไทย จำนวน ๖ แหล่ง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๔๖๕๕๕๔ รวม ระยะเวลา ๕๐ ปี จากนั้นจึงใช้แนวคิดของ Miton Rokeach และ Gordon W. Allport and Leo Postman ในการวิเคราะห์จำแนก แบ่งหมวดหมู่ ประเภทและจัดกลุ่มเอกสารเกี่ยวกับค่านิยมไทยใน แต่ละช่วงระยะเวลา และความรู้ความรู้แฝงเร้นหรือความรู้ฝังลึกหรือความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาและ ประสบการณ์ เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล อันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ต่างๆ ของแต่ ละบุคคล ทั้งนี้ผู้วิจัยดำเนินการโดยการสัมภาษณ์ระดับลึกและสัมภาษณ์เป็นกลุ่มกับบุคคลผู้ที่เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิมีชื่อเสียงระดับประเทศที่ทำงางานวิชาการและงานที่เกี่ยวข้องกับค่านิยมไทย จำนวน ๑๔ ท่าน คัดเลือกโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และวิธีการลูกบอลหิมะ ผลการศึกษา พบว่า ตลอดระยะเวลา ๕๐ ปี ที่ผ่านมา งานศึกษาและจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับค่านิยมไทยที่รวบรวมได้มีทั้งสิ้น ๖๐๐ เอกสาร โดยเฉลี่ยมีงานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพียงปีละ ประมาณ ๑๒ เรื่อง เมื่อพิจารณาในแต่ละช่วง ๑๐ ปี พบว่า เนื้อหาหรือประเด็นต่างๆ ของเอกสารมี ความหลายหลายค่อนข้างสูง และมีทิศทางที่ไม่ค่อยชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อจำแนกเอกสาร ๗ กลุ่ม พบว่า การศึกษาและเอกสารเกี่ยวกับค่านิยมด้านสุนทรียศาสตร์และค่านิยมตามแนวการเมือง ใน ประเทศไทยมีอยู่จำนวนน้อยมาก ขณะที่การศึกษาและเอกสารเกี่ยวกับค่านิยมด้านสังคม มีมากถึง ร้อยละ ๓๗ แนวทางการศึกษาวิจัยด้านค่านิยมไทยในอนาคต ควรที่จะมุ่งในประเด็นที่ทันสมัย ถูกต้อง และต้องก้าวข้ามจุดยืนเติมๆ โดยมีการศึกษาให้เป็นสหสาขาวิชามากขึ้น เน้นการศึกษาค่านิยมตาม แนวทฤษฎีใช้หลักวิชาการเข้ามาร่วมด้วยและการคิดอย่างเป็นระบบ รวมถึงให้ความสำคัญต่อการ ได้มา การธำรงรักษาและการใช้อำนาจเหนือบุคคคลอื่น เป็นต้น