โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตเผือก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เชื้อพันธุกรรมและลักษณะทางพันธุกรรมเป็นหัวใจสาคัญในการปรับปรุงพันธุ์เผือก การประเมินลักษณะต่างๆ ของเชื้อพันธุกรรมที่เก็บรวบรวม จะช่วยให้นักปรับปรุงพันธุ์สามารถคัดเลือกเชื้อพันธุกรรม เพื่อนาไปปรับปรุงพันธุ์ การประเมินพันธุ์และการใช้ประโยชน์ของเผือก ปี 2559 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ ลักษณะทางการเกษตร และลักษณะประจาพันธุ์ของเผือก ตลอดจนการใช้ประโยชน์ของเผือก ทาการประเมินพันธุ์และการใช้ประโยชน์ของพันธุ์เผือกที่สาคัญในแปลงรวบรวมพันธุ์ ได้ทาการประเมินพันธุ์เผือก 50 สายพันธุ์ พบว่า เผือกสายพันธุ์ THA002 มีควานสูงต้นสูงที่สุด 133 เซนติเมตร สายพันธุ์ THA001 มีเส้นรอบวงโคนต้นกว้างที่สุด 36.7 เซนติเมตร สายพันธุ์ THA010 และสายพันธุ์ THA041 มีจานวนหน่อน้อยที่สุด 3.20 หน่อ สายพันธุ์ THA038 มีความถี่ของหน่อห่างที่สุด 16.2 เซนติเมตร สายพันธุ์ THA006, THA010, THA026, THA034, THA040, THA 047 และ THA050 มีจานวนหัวย่อย (cormel) น้อยที่สุด 3 หัว สายพันธุ์ THA001 THA001 THA001 THA001 THA001 THA001 มีขนาดของหัวกว้างที่สุด 16 เซนติเมตร สายพันธุ์ THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 THA001, THA010, THA035 และ THA039 THA039 THA039 THA039 THA039 THA039 มีขนาดของหัวยาวที่สุด 21 เซนติเมตร ด้านน้าหนักต่อหัวพบ เผือกสายพันธุ์ THA014 มีน้าหนักต่อหัวมากที่สุด 1,125 กรัม จากการประเมินพันธุ์และการใช้ประโยชน์ของเผือกเหล่านี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลของพันธุ์เผือกสาหรับการปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นปัจจัยสาคัญในการเพิ่มผลผลิตเผือกให้มีคุณภาพเป็นไปตามความต้องการของตลาดได้ ได้ทาการทดลองการทดสอบพันธุ์เผือกเพื่อบริโภคสด เพื่อให้ได้พันธุ์เผือกที่ให้ผลผลิตสูง ผลผลิตมีคุณภาพดี เหมาะสมสาหรับรับประทานและแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block มี 4 ซ้า 4 กรรมวิธีประกอบ ด้วยเผือกสายพันธุ์ THA157, THA007, พันธุ์ของเกษตรกร (check) และพิจิตร1 (check) จากการทดลองพบว่า ความถี่ของหน่อ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ส่วนความสูงของต้น เส้นรอบวงโคนต้น จานวนหน่อต่อต้น ความกว้างของหัว และผลผลิตต่อไร่ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ พบพันธุ์ของเกษตรกรมีความสูงของต้นสูงที่สุด 130 เซนติเมตร สายพันธุ์ THA157 THA157 THA157 THA157 THA157 THA157 มีเส้นรอบวงโคนต้นกว้างที่สุด 35.8 เซนติเมตร เผือกพันธุ์พิจิตร1 มีจานวนหน่อต่อต้นน้อยที่สุด 3 หน่อ สายพันธุ์ THA THA157 มีความถี่ของหน่อห่างที่สุด 14.6 เซนติเมตร และสายพันธุ์ THA157 THA157 THA157 THA157 THA157 THA157 ให้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดที่ 4,200 กิโลกรัม ขณะที่ทุกสายพันธุ์ได้รับความนิยมของผู้บริโภคในระดับดี (4 คะแนน) จากการทดลองสอบพันธุ์เผือกเพื่อบริโภคสดทาให้ได้เผือกสายพันธุ์ THA157 เพื่อเสนอเป็นพันธุ์แนะนาต่อไปได้ การผลิตเผือกให้มีคุณภาพ ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยที่สาคัญในกระบวนการผลิตเผือก การจัดการธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมจะทาให้เกษตรกร สามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนของการใส่ปุ๋ยเคมีลงได้ รวมทั้งนาไปวางแผนการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ทาการทดสอบการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมในการผลิตเผือกให้มีคุณภาพ วิธีการทดลองประกอบด้วย 1) วิธีเกษตรกร และ 2) การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ผลการวิเคราะห์ดินก่อนการทดสอบปุ๋ยพบว่า ดินมีค่า pH เป็นกรดเล็กน้อย (6.4) ปริมาณอินทรียวัตถุค่อนข้างสูง (2.59 %) ปริมาณฟอส- ฟอรัสสูง (25.46 มก./กก.) โพแทสเซียมต่า (56.64 มก./กก.) ปริมาณไนโตรเจนต่า (0.12 % total N) จากผลการทดลองพบว่า ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีในวิธีเกษตรกรมีต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 5,840 บาทต่อไร่ และวิธีการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 875 บาทต่อไร่ ทางด้านรายได้ผลตอบแทนพบว่า วิธีการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินให้ผลตอบแทนมีรายได้มากที่สุด 61,525 บาทต่อไร่ และวิธีที่เกษตรกรที่ให้ผลตอบแทนมีรายได้ 56,160 บาทต่อไร่ การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินทาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าวิธี 5,365 บาทต่อไร่