การเพิ่มศักยภาพพันธุ์ข้าวเศรษฐกิจต่อการทนแล้งโดยการปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับพันธุ์ข้าวท้องถิ่นในพื้นที่ภาคกลาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคกลางให้ต้านทานแล้งในภาวะขาดแคลนนํ้า 2. ผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ให้มีผลผลิตสูงในช่วงภาวะแห้งแล้งและ 3. เพื่อส่งเสริมข้าวพันธุ์ใหม่ให้เป็นที่รู้จักและต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย 1. ข้าวแม่พันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ท้องถิ่น 2 สายพันธุ์ได้แก่ 1) พันธุ์รากแห้ง 2) พันธุ์เหลืองอ่อนและ 2. ข้าวพ่อ พันธุ์ ได้แก่ 1) ข้าวสุพรรณบุรี 1 และ 2) ข้าวปทุมธานี 3) ข้าว กข43 4)ข้าวสุพรรณบุรี 57 และ 5) ข้าวพันธุ์ชัยนาท โดยการปลูกตัวอย่างละ 7 กระถาง และเมื่อได้ข้าวลูกผสม จำนวน 10 คู่ ก็จะแยกปลูกคู่ละ 3 กระถาง รวมทั้งสิ้น 30 ตัวอย่าง เพื่อนำเมล็ดข้าวที่ได้มาคัดเลือกและลงปลูกในพื้นทีแปลงทดลองเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทั้งอุปกรณ์การเลี้ยงเนื้อเยื่อและอุปกรณ์วิเคราะห์การเติบโต ผลผลิต และคุณภาพข้าว และนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย และความแปรปรวน ผลการวิจัยมีดังนี้ โดยสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการทนแล้งได้ระดับดีได้แก่ M1F1, M1F2, M1F3, M1F4, M1F5, M2F1 และ M1 และ สายพันธุ์ M1F3 และ M1 มีระดับการฟื้นตัวหลังได้รับน้ำดีที่สุด ส่วนความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในต้นกล้า พบว่า สายพันธุ์ M1F1, M1F2, M1F3, M1F4, M1F5 มีระดับความต้านทานสูงมาก ส่วนการเติบโตและผลผลิตของข้าวข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งความสูง จำนวนต้นต่อกอ จำนวนรวงต่อกอ จำนวนเมล็ดต่อรวง น้ำหนัก 100เมล็ด น้ำหนักเมล็ดต่อกอ น้ำหนักเมล็ดต่อกอ (กรัม) ของทุกสายพันธุ์มีค่าเฉลี่ยแตกต่างกันทุกสายพันธุ์ โดยในด้านส่วนสูง ข้าวสายพันธุ์ M1 มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากับ 166.3 เซนติเมตร และผลการทดสอบคุณภาพทางกายภาพและเคมีของเมล็ดข้าวสายพันธุ์ต่างๆ พบว่า อะมิโลส ความคงตัวของแป้งสุก ระยะเวลาในการหุงต้ม ของทุกสายพันธุ์มีค่าเฉลี่ยแตกต่างกันทุกสายพันธุ์ โดยในส่วนของการวิเคราะห์อะมิโลส พบว่า ข้าวสายพันธุ์ F5 มีค่าร้อยละเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากับ 26.79 ความคงตัวของแป้งสุก พบว่า ข้าวสายพันธ์ M1F1 มีค่าเฉลี่ยระยะทางไหลสูงที่สุดเท่ากับ 83.6 มิลลิเมตรและระยะเวลาในการหุงต้ม พบว่า ข้าวสายพันธุ์ M2F5 ให้ค่าเฉลี่ยระยะเวลาหุงต้มสูงสุดเท่ากับ 22.33 นาที