Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ผลของความแก่อ่อนและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวต่อองค์ประกอบทางเคมีและคุณภาพของถั่วดาวอินคาที่ปลูกในจังหวัดเชียงรายและพิษณุโลก

เหรียญทอง สิงห์จานุสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลความแก่อ่อนและระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวต่อองค์ประกอบทาง เคมี คุณภาพ และสารส าคัญของถั่วดาวอินคาที่ปลูกในที่แตกต่างกันและเก็บเกี่ยวในระยะเวลาที่ต่างกัน โดยเก็บเกี่ยวถั่วดาวอินคา 3 ระยะ ได้แก่ 1) เมื่อเปลือกเริ่มอ้า (เปลือกเขียว) 2) เมื่อเปลือกอ้ามากยิ่งขั้น (เปลือก สีด า) และ 3) เมื่อเปลือกอ้าและแห้ง (เปลือกสีน้ าตาล) จากแปลงเกษตรกรในจังหวัดเชียงรายและพิษณุโลก และ เก็บเกี่ยวแปลงละ จ านวน 2 ครั้ง น าผลถั่วดาวอินคามาแกะเปลือกทันที อบแห้งเพื่อลดความชื้นให้เหลือ 3-5% ก่อนน ามาแยกเกรดโดยการลอยน้ า อบแห้งอีกครั้ง กะเทาะกะลา แยกเนื้อใน เก็บรักษาเนื้อในในกระป๋อง อะลูมิเนียมแบบสูญญากาศและเก็บในห้องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18?2?C ก่อนน ามาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี สารส าคัญ และฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ ในแต่ละครั้งของการเก็บเกี่ยว คัดเลือกตัวอย่างที่มีปริมาณน้ ามันสูงที่สุด โดยใช้ถั่วดาวอินคาที่เก็บเกี่ยวแบบปกติและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 ปี เป็นตัวอย่างควบคุม พบว่า ปริมาณความชื้นของเนื้อในพร้อมกะลาและเนื้อในมีค่าลดลงเมื่อถั่วดาวอินคามีความแก่มากขึ้น ส่วนเปอร์เซนต์ เนื้อในแปรผันตรงกับความแก่ เนื้อในของถั่วดาวอินคาที่เก็บเกี่ยวจากจังหวัดเชียงรายมีขนาดความกว้างและความ ยาวใหญ่กว่าที่เก็บเกี่ยวจากจังหวัดพิษณุโลก ค่า aw ค่าความแข็ง และค่าสีไม่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ตัวอย่าง ตัวอย่างควบคุมที่เก็บเกี่ยวจากเชียงรายมีปริมาณน้ ามัน (48.81%) และใยอาหาร (22.24%) สูงกว่า ตัวอย่างควบคุมที่เก็บเกี่ยวจากพิษณุโลก (41.88 และ 18.60%) แต่มีปริมาณโปรตีน (16.96%) และ คาร์โบไฮเดรตต่ ากว่า (7.70%) ในการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 1 ตัวอย่างเปลือกอ้าและแห้งที่เก็บเกี่ยวจากจังหวัดเชียงราย มีปริมาณน้ ามันสูงที่สุด (47.26%) ในขณะที่ในการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 2 ตัวอย่างเปลือกอ้าและแห้งที่เก็บเกี่ยวจาก จังหวัดพิษณุโลกมีปริมาณน้ ามันสูงที่สุด (46.37%) ทุกตัวอย่างมีค่ากรดในช่วง 0.32-1.42 mg KOH/g ค่าเปอร์ออกไซด์ 0.48-0.49 meq/kg ปริมาณสารประกอบฟีนอลทั้งหมด 103-385 mg/100 g กิจกรรมการต้าน อนุมูลอิสระ DPPH และ FRAP 9.36-13.72% และ 5,803.99-10,700 mg Trolox equivalent ตามล าดับ เนื้อในของถั่วดาวอินคาประกอบด้วยกรดไขมัน 12 ชนิด โดยเป็นกรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโน และกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโพลีอย่างละ 4 ชนิด จากตัวอย่างถั่วดาวอินคา 14 ตัวอย่าง มีปริมาณกรดไขมันอิ่มตัว เฉลี่ย 3.35 g/100 g กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโนเฉลี่ย 4.63 g/100 g และกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโพลีเฉลี่ย 30.91 g/100 g โดยกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบหลักคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโพลีซึ่งคิดเป็น 79.48% ของ กรดไขมันทั้งหมด ทุกตัวอย่างตรวจไม่พบ tran fats ไขมันส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันชนิดโอเมก้า 6 รองลงมาคือ โอเมก้า 3 และ 9 ตามล าดับ และมีสัดส่วนโอเมก้า 6 ต่อ โอเมก้า 3 เท่ากับ 1.12-1.56 เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ การคัดเลือกตัวอย่าง สรุปได้ว่า ส าหรับการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 1 คัดเลือกตัวอย่างเปลือกอ้าและแห้งที่เก็บเกี่ยวจาก จังหวัดเชียงรายเป็นตัวอย่างที่เหมาะส าหรับการเก็บเกี่ยวมากที่สุด ส่วนการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 2 คัดเลือกตัวอย่าง เปลือกอ้าและแห้งที่เก็บเกี่ยวจากจังหวัดพิษณุโลกเป็นตัวอย่างที่เหมาะส าหรับการเก็บเกี่ยวมากที่สุด นอกจากนี้ เนื้อในของถั่วดาวอินคายังประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 19 ชนิด โดยกรดอะมิโนหลัก 5 ชนิดคือ lysine, tyrosine, leucine, glutamic acid และ isoleucine ซึ่งมีค่าเฉลี่ยจาก 2 ตัวอย่างควบคุมและ 2 ตัวอย่างที่ผ่านการคัดเลือก จากแหล่งที่ปลูกในจังหวัดพิษณุโลกและเชียงราย คือ 5177 mg/100 g, 3454 mg/100 g, 2729 mg/100 g, 1772 mg/100 g และ 1541 mg/100 g ตามล าดับ และเนื้อในของถั่วดาวอินคามีปริมาณวิตามินอี (อัลฟ่าโทโคฟีรอล) อยู่ในช่วง 1.02-1.42 mg/100 g ดังนั้น จะเห็น ได้ว่า เพื่อให้ได้เนื้อในถั่วดาวอินคาที่มีคุณภาพสูง และมีสารส าคัญต่อสุขภาพในปริมาณสูง ควรเก็บเกี่ยวผลถั่วดาวอินคาเมื่อเปลือกอ้าและแห้ง (เปลือกสีน้ าตาล) จากแปลงเกษตรกรที่ปลูกในจังหวัดพิษณุโลกและเชียงราย

คำสำคัญ

กรดไขมันปริมาณน้ำมันถั่วดาวอินคา(maturity) (time of harvest) (lipid content) (fatty acids) (Sacha inchi)กรดไขมัน (fatty acids)ความแก่อ่อนปริมาณน้ำมัน (lipid content)ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวระยะเวลาการเก็บเกี่ยว (time of harvest)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมี ปริมาณสารพฤกษเคมีและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของผลมะม่วงหาวมะนาวโห่ระหว่างการเก็บรักษา

ระจิตร สุวพานิช สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2559

ผลของระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อการเจริญเติบโต องค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และคุณค่าทางโภชนาการของจิงจูฉ่าย

ภาวิณี อารีศรีสม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

ศึกษาผลของวัสดุเพาะ อัตราเมล็ดพันธุ์ และอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมต่อการผลิตต้นกล้างอกของผักขี้หูด

ฉันทนา วิชรัตน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

ผลของคุณภาพหญ้าแพงโกล่าแห้งต่อสมรรถนะการผลิตและลักษณะซากของโคลูกผสมบราห์มันอายุมาก

นายปริญญา จเรรัชต์ กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2551

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตถั่วแปยีให้เหมาะสมกับพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สุริยนต์ ดีดเหล็ก กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การประเมินคุณค่าทางโภชนะของใบถั่วท่าพระสไตโลแห้ง

นางพิมพาพร พลเสน กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2551

ผลของไคโตซานและไทอะมีโทแซมต่ออายุการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ

ระวีวรรณ สุวรรณศร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2558

การเปรียบเทียบผลผลิตของอ้อยปลูก และวิธีทางเขตกรรมที่เหมาะสมหลังเก็บเกี่ยวต่อ จํานวนหน่อและการเจริญเติบโตของอ้อยตอ 1 พันธุ์ขอนแก่น 3 และพันธุ์เค 95-84

กัญชลิกา รัตนเชิดฉาย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

การศึกษาการเจริญเติบโต ผลผลิต และอายุการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียง

ธีระรัตน์ ชิณแสน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

การพัฒนาวัสดุปลูกด้วยของเหลือทิ้งจากกระบวนการเพาะปลูกพืชสกุลกัญชาเพื่อใช้ในภาคการเกษตร

วรวัฒน์ พรหมเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2566