โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะองค์กรหลักของกระทรวงการศึกษาธิการเห็นความสำคัญของการพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ในการศึกษาหารูปแบบและวิธีการบริหารจัดการให้เกิดการขยายผลองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยไปสู่สถานศึกษา ชุมชน และสถาบันสังคมอื่นๆที่ครอบคลุม สาขา/ความเชี่ยวชาญ 9 ด้าน ได้แก่ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม และด้านหัตถกรรม ด้านการแพทย์แผนไทย ด้านการจัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ด้านศิลปกรรม ด้านภาษาและวรรณกรรม ด้านปรัชญาศาสนา และประเพณี และด้านโภชนาการ มีการจัดการและพัฒนาองค์ประกอบปัจจัยสื่อต่างๆ ที่หลากหลายให้เชื่อมต่อการถ่ายทอดความรู้ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาความอัธยาศัย พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนเกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมของการศึกษาศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยต้นแบบ สมาคมครูภูมิปัญญาไทยไม่มีการเตรียมพร้อมในการดำเนินงานศึกษาศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยต้นแบบทั้ง 9 ด้าน ทั้ง 5 ภาค ดั้งนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงานหรือทีมงานเพื่อดำเนินงานศึกษาวิจัยตามโครงการ 2. จัดประชุมพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยที่มีความพร้อมครอบคลุมทั้ง 9 ด้าน เข้าร่วมโครงการทดลองนำร่อง พัฒนาการรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย 3. ดำเนินการคัดเลือกครูการเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยจำนวน 20 ศูนย์ ครอบคลุมทั้ง 9 ด้านใน 5 ภูมิภาคของประเทศไทย 4. จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ ทำความตกลงร่วมกันกับครูภูมิปัญญาไทยทั้ง 20 ศูนย์ที่เข้าร่วมโครงการ 5. ดำเนินการออกแบบเครื่องมือดำเนินแบบสัมภาษณ์/แบบติดตามประเมินผล 6. ศึกษาสภาพการบริหารจัดการภายในศูนย์ครูภูมิปัญญาไทย 20 ศูนย์ 7. ศึกษาวิธีการบริหารจัดการทำความรู้ขยายผลต่อสถานศึกษาชุมชนและสังคมอื่นๆ จำนวน 20 ศูนย์ 8. คณะทำงานวิจัยลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของครูภูมิปัญญาไทย 20 ศูนย์ มาเรียนรู้เชิงประจักษ์ เก็บข้อมูล/สัมภาษณ์เพิ่มเติม 9. ประชุม วิเคราะห์จัดทำร่างรายงานรูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยต่อผู้ทรงคุณวุฒิ 10. การจัดทำรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ผลการวิจัย ๑. สภาพทั่วไป : ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ส่วนใหญ่มีการปรับพื้นที่หรือพัฒนา บริเวณบ้านของตน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในลักษณะเรียบง่าย โดยได้แบ่งพื้นที่เป็นส่วนที่เหมาะกับบริบทของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเหมาะสมกับพื้นที่ และสอดคล้องกับสภาพบริบทของชุมชนบางแห่งมีการสร้างศาลาเอนกประสงค์เพื่อใช้ต้อนรับ ประชาสัมพันธ์ สร้างโรงเรือน ฯลฯ เพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนผู้มาเรียนรู้ ๒. หลักสูตรการเรียนรู้ : สาระที่ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย มุ่งเน้นถ่ายทอด องค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทยแก่ผู้คนทุกช่วงวัย ทั้ง ๙ ด้าน ทั้งในด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ด้านการแพทย์แผนไทย ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ด้านศิลปกรรม ด้านภาษาและวรรณกรรม ด้านปรัชญา ศาสนาและประเพณี และด้านโภชนาการให้กับผู้เรียนและทุกคนที่สนใจ เป็นการพัฒนาให้คนทุกช่วงวัยได้เลือกเรียนรู้ ฝึกทักษะ ฝึกปฏิบัติ เป็นหลักสูตรฝึกเพื่อสร้างอาชีพ เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อสังคมที่ดี ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดย - จัดทำหลักสูตรภูมิปัญญาไทย (ที่เขียนจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมจากบรรพบุรุษ เป็นคู่มือประกอบการเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติจริง - หลักสูตรรายวิชาที่ได้วิเคราะห์ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษา /กศน. ซึ่งผู้เรียนที่มาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย สามารถนำความรู้ไปเทียบโอนให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ - การดำเนินการถ่ายทอดความรู้ จะให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติ เรียนรู้จากของจริง ๓. การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย : ส่วนใหญ่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงาน หรือผู้ช่วยครู เพื่อช่วยทั้งในด้านวิชาการ การถ่ายทอดความรู้ ฝึกปฏิบัติ การต้อนรับ การดูแล อำนวยความสะดวกต่างๆ แต่พบว่ายังมีปัญหาด้านงบประมาณและไม่มีงบประมาณสนับสนุน ครูภูมิปัญญาไทยต้องใช้งบประมาณของตนเองเพื่อบริหารจัดการ ดูแลรักษา และรับรองผู้มาเรียนรู้ และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนั้น ต้อองพยายามประหยัดใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ๔. การพัฒนาศักยภาพของครูภูมิปัญญาไทย : ครูภูมิปัญญาไทยส่วนใหญ่ได้เพิ่มพูนความรู้ด้วยการฝึกฝนความเชี่ยวชาญ การเข้าร่วมอบรม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานการเกษตรจังหวัด ททท. จากการดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อพัฒนาความรู้ และความคิดต่อยอดองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ๕. รูปแบบ วิธีการ การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ในการนำองค์ความรู้ขยายศูนย์การเรียนสู่สถานศึกษา ชุมชน และสถาบันสังคมอื่น ครูภูมิปัญญาไทยได้นำองค์ความรู้ไปขยายศูนย์การเรียนรู้ สู่สถานศึกษา หน่วยงาน ชุมชน และสถาบันสังคมอื่นๆ ในภาพรวม พบว่า ครูภูมิปัญญาไทยส่วนใหญ่ได้นำองค์ความรู้ขยาย ศูนย์การเรียนรู้ในโรงเรียน ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือได้ให้การสนับสนุนจัดองค์ความรู้ไว้ภายในโรงเรียน/ วัด/ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยประจำตำบล ในส่วนของการถ่ายทอดของศูนย์การเรียนรู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ของจริงที่ต้องดูแลมิให้สูญหาย เช่น ด้านศิลปกรรม (การฟันดาบ) ด้านหัตถกรรมการทอผ้า ซึ่งไม่สามารถนำอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ไปแสดงอย่างถาวรยังศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ได้ จึงต้องใช้วิธีเดินทางไปถ่ายทอดความรู้ และเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกแล้วจะต้องเก็บอุปกรณ์มายังศูนย์การเรียน/ที่บ้าน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญหาย ครูภูมิปัญญาไทย ส่วนใหญ่นำความรู้ขยายไปสู่สถานศึกษา ชุมชน และสถาบันสังคมอื่นๆ โดยประสานในเบื้องต้นกับครู ผู้บริหารโรงเรียน หรือบ้านผู้ช่วยครู ผู้นำชุมชน ผู้นำหน่วยงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อทำความตกลง ชี้แจงร่วมกัน และมีจดหมายเป็นทางการ เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมได้ หลังจากนั้นจึงจัดทำ จัดหาอุปกรณ์ และเอกสารประกอบการจัดกิจกรรม ไวนิล สื่อต่างๆ สำหรับเผยแพร่ เพื่อดำเนินการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาไทย การขยายศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ได้จัดเตรียม จัดสื่อการเรียนรู้และวัสดุสำหรับการสาธิต และการฝึกปฏิบัติ ป้ายองค์ความรู้ ไวนิลแสดงขั้นตอนการถ่ายทอดองค์ความรู้แต่ละด้าน จัดเตรียมสำหรับผู้เรียนและประชาชนไว้ภายในศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย นิยามศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ทั้ง ๙ ด้าน ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ทั้ง ๙ ด้าน หมายถึง ศูนย์การเรียนรู้ที่มุ่งถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยทั้ง ๙ ด้าน ตามบริบทของวิถีชุมชนให้ทุกคน ทุกช่วงวัย เกิดการเรียนรู้ และมีทักษะในการผสมผสานความรู้เดิมที่เป็นรากเหง้าของการดำเนินวิถีชีวิต กับ การพัฒนาสู่ภูมิปัญญาสากลได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชีวิต และชุมชน เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับลงประชามติ พ.ศ.2559), พรบ.การศึกษาชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แนวนโยบายการพัฒนาภูมิปัญญาไทย และแนวคิดการจัดการศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ให้เป็นฐานคิดของการเรียนรู้จากภูมิปัญญาไทยสู่ภูมิปัญญาสากล กับการพัฒนาประเทศที่มั่นคง และยั่งยืน