กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบการจัดการอาหาร ต้นทุนและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเนื้อในจังหวัดชัยนาท จำนวน 85 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าเฉลี่ยร้อยละ ผลการวิจัยพบว่าเกษตรกรนิยมเลี้ยงแพะแบบผสมผสานระหว่างยืนคอกและไล่ทุ่งมากที่สุด 50 ราย รองลงมาคือแบบไล่ทุ่งจำนวน 30 รายและแบบยืนคอกจำนวน 5 รายตามลำดับ ข้อมูลทั่วไปทั้งสามรูปแบบมีความคล้ายคลึงกันโดยส่วนใหญ่เกษตรกรเป็นเพศชาย อายุระหว่าง 51-60 ปี มีประสบการณ์เลี้ยงต่ำกว่า 5 ปี ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ เกษตรกรอยู่ในระดับประถมศึกษา จำนวนสมาชิก 4 คน เป็นแรงงานได้ 2 คน ส่วนใหญ่ถือครองที่ดินของตนเฉลี่ย 1-5 ไร่ เกษตรกรมีพืชอาหารสัตว์เพียงพอสำหรับเลี้ยงแพะตลอดทั้งปี ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดชัยนาทอยู่ในเขตชลประทานทำให้มีความสมบูรณ์ของพืชต่างๆตามแหล่งสาธารณะ อีกทั้งยังมีวัตดุเศษเหลือตามท้องถิ่นที่สามารถนำมาเลี้ยงแพะได้อีกด้วย ด้านต้นทุนการผลิตพบว่าการเลี้ยงแบบยืนคอกมีต้นทุนเฉลี่ยต่อตัวสูงสุดคือ 1,029 บาทต่อตัวต่อเดือน รองลงมาคือการเลี้ยงแบบผสมผสานและไล่ทุ่งเฉลี่ย 286 และ 83 บาทต่อตัวต่อเดือน อย่างไรก็ตามเมื่อทำการขายแพะกลับพบว่าการเลี้ยงทั้งสามรูปแบบทำให้เกษตรกรมีกำไรใกล้เคียงกัน โดยการเลี้ยงแบบผสมผสานมีกำไรมากที่สุดเฉลี่ย 484 บาทต่อตัวต่อเดือน รองลงมาคือไล่ทุ่งและแบบยืนคอกเฉลี่ย 442 และ 389 บาทต่อตัวต่อเดือนตามลำดับ ปัญหาด้านอาหารสัตว์แบบยืนคอกและแบบผสมผสานส่วนใหญ่คือ อาหารข้น/อาหารสำเร็จมีราคาแพง ส่วนการเลี้ยงแบบไล่ทุ่งคือ ไม่มีพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ ปัญหาด้านการเลี้ยงของทั้งสามรูปแบบเหมือนกันคือขาดวัคซีนและเวชภัณฑ์