แนวทางการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนา ซอบั้งชาวผู้ไท จังหวัดกาฬสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ซอไม๎ไผํหรือซอบั้ง เป็นซอที่ทําด๎วยไม๎ไผํทั้งปล๎อง แตกตํางจากลักษณะโดยทั่วไปกับซอของไทยใน ภูมิภาคอื่นๆ ทั้งการขึ้นสายเทียบเสียงและวิธีการบรรเลงมีความแตกตํางกับซอชนิดอื่นๆ โดยทั่วไป สภาพการณ๑ป๓จจุบันวัฒนธรรมการทําและบรรเลงซอบั้งอยูํในขั้นวิกฤติ เนื่องจากไมํมีผู๎สืบทอดวัฒนธรรมการ ดนตรีแขนงนี้ จึงทําให๎ผู๎ที่เห็นความสําคัญและต๎องการเรียนรู๎เครื่องดนตรีซอบั้งไม๎ไผํแทบที่จะไมํมีในป๓จจุบัน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค๑การวิจัย ๒ ประการ คือ ๑. เพื่อศึกษาองค๑ความรู๎ของซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัด กาฬสินธุ๑ ที่เกี่ยวข๎องกับลักษณะทางกายภาพ ระบบเสียง บทเพลง บทบาทหน๎าที่ในสังคมและวัฒนธรรม ๒. เพื่อศึกษาแนวทางการสํงเสริม อนุรักษ๑ และพัฒนา ซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัดกาฬสินธุ๑ โดยการเก็บ รวบรวมข๎อมูลจากเอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ๑เชิงลึก และการสนทนากลุํม ตั้งแตํเดือนตุลาคม ๒๕๕๗ ผลการวิจัยพบวํา องค๑ความรู๎ของซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัดกาฬสินธุ๑ ด๎านลักษณะทางกายภาพพบ ความแตกตํางกันอยูํ ๒ ลักษณะ คือ ลักษณะที่ ๑ เป็นซอบั้งไม๎ไผํเจาะรูขยายเสียงทางด๎านหลัง ลักษณะที่ ๒ เป็นซอบั้งไม๎ไผํเจาะรูขยายเสียงทางด๎านหน๎าซอ มีลักษณะทําทางการบรรเลงสามลักษณะ คือ การนั่ง บรรเลงแบบธรรมดาที่วางตัวซอบนหน๎าขา การนั่งบรรเลงแบบใช๎เท๎าประกบตัวซอ และการยืนบรรเลง มี วิธีการบรรเลงสองลักษณะ คือ รูปแบบโบราณคือซอบั้งไม๎ไผํมีสองสายและปรับตั้งเสียงของสายซอให๎มีระดับ เสียงเดียวกันแตํมีหน๎าที่ที่แตกตํางกัน โดยสายที่หนึ่งหรือสายเอกทําหน๎าที่เป็น “สายบรรเลงทํานอง” สํวน สายที่สองหรือสายรองทําหน๎าที่เป็น “สายเสียงประสานยืน” (Drone) และรูปแบบทั่วไปคือจะใช๎สายหลัก สองสายปรับตั้งเสียงให๎มีระดับที่แตกตํางกัน โดยให๎มีระดับเสียงหํางกันเป็นคูํสี่ (4th Perfect) ซึ่งใน การศึกษาระบบเสียงของซอบั้งไม๎ไผํครั้งนี้พบระบบเสียงที่แตกตํางกัน ๓ ระบบ คือ ระบบสองสายเสียง เทํากัน ระบบสองสายเสียงไมํเทํากัน และระบบสามสาย บทเพลงที่พบได๎แกํ ลายฟูอนเกี้ยวหางนกยูง ลายลํองของ ลายลําให๎พร ด๎านบทบาทหน๎าที่ใน สังคมและวัฒนธรรมของซอบั้งไม๎ไผํของชาวภูไทนั้นในอดีตจําแนกได๎เป็นสองบทบาท คือ บทบาทของซอบั้ง ในบริบทเฉพาะกลุํมบุคคล และบทบาทของซอบั้งในบริบทเชิงพิธีกรรม แนวทางการสํงเสริมซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัดกาฬสินธุ๑ คือ ๑. สํงเสริมให๎มีการบรรเลงซอบั้งไม๎ไผํชาว ผู๎ไททุกรูปแบบที่ควรจัดให๎มีได๎ ๒. สํงเสริมให๎คนในชุมชนได๎เรียนรู๎และตระหนักถึงความสําคัญของซอบั้ง ให๎ ผู๎ชมได๎รับความรู๎ความเข๎าใจในการชมและฟ๓งการบรรเลงดนตรีของชาวผู๎ไท ๓. สํงเสริมให๎มีการ ประชาสัมพันธ๑เผยแพรํวัฒนธรรมดนตรีผู๎ไทให๎แพรํหลายทั้งในประเทศและตํางประเทศ ๔. สํงเสริมให๎มีการ ผลิตเครื่องดนตรีให๎มากและหลากหลายขนาดตามความเหมาะสมของผู๎บรรเลง แนวทางการอนุรักษ๑ซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัดกาฬสินธุ๑ คือ ๑. จัดศูนย๑แสดงเครื่องดนตรีเพื่ออนุรักษ๑ และให๎ความรู๎แกํบุคคลทั่วไปในรูปแบบพิพิธภัณฑ๑และกิจกรรมสํงเสริมคุณคําทางเอกลักษณ๑ ๒. อนุรักษ๑ ผลงานของปราชญ๑ศิลปินชาวบ๎าน บทเพลงผู๎ไท และอนุรักษ๑การละเลํนตํางๆ ที่ใช๎ดนตรีประกอบ ๓. ปลูกฝ๓งคํานิยมที่ดีให๎แกํกลุํมเยาวชน ถํายทอดองค๑ความรู๎สูํเยาวชนรุํนใหมํสร๎างสายสัมพันธ๑อันดีระหวํางครูกับศิษย๑ แนวทางการพัฒนาซอบั้งชาวผู๎ไท จังหวัดกาฬสินธุ๑ คือ ๑. ปรับปรุงรูปแบบการบรรเลงให๎ ทันสมัย และผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมเพลงสมัยใหมํ ๒. การประยุกต๑ใช๎อุปกรณ๑สมัยใหมํ ๓. พัฒนาเครื่องดนตรีให๎เป็นผลิตภัณฑ๑เชิงพาณิชย๑ ๔. ใช๎อุปกรณ๑ทันสมัยชํวยในการเรียนการฝึก